น้องจูน ร้องกระทรวงยุติธรรม ประสานกลาโหมเยียวยา กรณีอดีตสามีทหารทำร้ายร่างกายสาหัส

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ที่ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข กระทรวงยุติธรรม นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พาน.ส.สุกฤตา สุภานิล หรือ น้องจูน และมารดา เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องทุกข์กรณีน้องจูน ถูกหมวดแบงค์ นายทหารสัญญาบัตรของกองทัพบกซึ่งเป็นอดีตสามี ทำร้ายปางตาย

ต่อมาหมวดแบงค์ถูกดำเนินคดีในความผิดอาญา ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและโดยไม่มีเหตุสมควร พยายามฆ่าผู้อื่นและลักทรัพย์

ภายหลังศาลมณทลทหารบกที่ 15 จังหวัดเพชรบุรี ตัดสินความผิดหมวดแบงค์ จำคุก 1 ปี 6 เดือน และโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี โดยพิจารณาว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะและทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ไม่มีเจตนาฆ่า

ส่วนข้อหาอาวุธปืนและข้อหาชิงทรัพย์ นำสืบไม่ได้ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย อ่านข่าว : น้องจูน น้อมรับคำตัดสิน สู้5ปีหมวดแบงก์รอดนอนคุก ยังต้องรักษาตัว ใช้หนี้เกือบล้าน

วันนี้ผู้เสียหายจึงมายื่นคำร้องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้พิจารณาและดำเนินการแจ้งไปยังกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม พิจารณาเยียวยาผู้เสียหายและให้ความเป็นธรรมในการต่อสัญญาการเป็นพนักงานราชการกระทรวงกลาโหมต่อไปด้วย

เนื่องจากน้องจูนกลัวว่าต้นสังกัดจะเลิกจ้างงาน เพราะตอนนี้ร่างกายยังพิการและทุพพลภาพ โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2560

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต ระบุว่า ตนจะทำหนังสือไปยังผู้บังคับบัญชาของนายทหารรายนั้นเพื่อให้ตรวจสอบวินัยและหากมีอะไรที่ช่วยได้ก็จะเร่งประสานให้ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ ตนขอฝากถึงโรงพยาบาลที่มีจิตกุศลเมตตาอยากจะช่วยเหลือดูแลค่ารักษาพยาบาลของน้องจูนก็สามารถติดต่อมาได้ เพราะอาการของน้องก็ถือว่ายังไม่หายเป็นปกติต้องพบแพทย์เป็นประจำ

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมเรายินดีให้ความช่วยเหลือในด้านคุ้มครองพยานหากผู้เสียหายหากเกรงว่าจะได้รับการคุกคามหรือข่มขู่หลังจากนี้ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้าตนอาจจะพาผู้เสียหายไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงกลาโหมอีกด้วย

ด้าน นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ กล่าวว่า น้องจูนถูกทำร้ายร่างกายจนแทบพิการใบหน้าโดนทุบตีจนเละ ทำให้ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตลอดทุกเดือน ซึ่งเจ้าตัวเป็นเพียงพนักงานราชการของกระทรวงกลาโหมไม่มีเงินมากพอที่จะทำการรักษา จึงอยากให้กองทัพบกและกระทรวงกลาโหมรับคดีนี้ไปพิจารณาพร้อมให้โอกาสน้องจูนได้บรรจุเข้ารับราชการเพื่อที่จะมีสิทธิเข้ารับการรักษาอาการอย่างต่อเนื่องจนหายเป็นปกติ พร้อมขอบคุณเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ยินดีประสานเรื่องดังกล่าวให้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน