ผบช.น. แจงปม นายพลตำรวจ เกี่ยวข้อง คดี ‘ปริญญ์’ ยันชัดไม่มีใครแทรกแซง ย้ำให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย-รวบรวมพยานหลักฐานมากที่สุด
กรณีหญิงสาวผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาอนาจารและข่มขืน ทำให้ยอดรวม ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์ แล้วรวม 14 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 เม.ย.65 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นตรวจสอบคดีทั้งหมด 15 คดี สน.ลุมพินี รับไว้ 8 คดี ส่งให้ จ.เพชรบุรี 1 สน.ห้วยขวาง 1 คดี และมีคดีที่ จ.เชียงใหม่ 1 คดี ขาดอายุความ 2 คดี ความผิดนอกราชอาณาจักร 1 คดี และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน 1 คดี

ยืนยันดำเนินคดีให้กับผู้เสียหายทุกราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนกรณีเกิดขึ้นเมื่อปี 63 ที่ผ่านมาอีกคดี อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะแจ้งความหรือไม่ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานมากที่สุด
เมื่อถามถึงอดีตพล.ต.ต.เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า ในรูปคดีหรือสำนวนการสอบสวนยังไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด ต้องพิสูจน์ทราบว่ากรณีเป็นการแทรกแซงผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนที่ทนายความคุยกับผู้เสียหายตนไม่ทราบ หากมีการข่มขู่พยานหรือคนที่เกี่ยวข้องกับคดีตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนจะมีการกลับคำให้การนั้น เป็นความผิดยอมความได้ตำรวจจะไม่ก้าวล่วง แต่ถ้ายอมความไม่ได้ต้องถูกดำเนินคดีถึงผู้เสียหายไม่เอาเรื่องก็ตาม

เมื่อถามว่ามีการส่งผู้เสียหายปลอมเข้ามานั้น พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า ทุกกรณีเน้นย้ำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำความผิด และสอบสวนให้ชัดเจนให้สิ้นกระแสความ ตำรวจตรวจสอบโดยละเอียดทุกคน อย่างไรก็ตาม ทนายติดต่อผู้เสียหายไม่ได้ ตำรวจคงไม่กล่าวล่วง
ส่วนกรณีทนายพาสื่อมวลชนไปเป็นการกดดันตำรวจหรือไม่ ตนเชื่อมั่นในพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี และการทำงานของผกก.สน.ลุมพินี รวมถึงตนลงมาดูแลด้วยตัวเอง ส่วนที่มีการนำเสนอตามโซเชียลมีเดียไม่สามารถทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปได้ เพราะตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน