ตร.จันท์ คุมพี่ชายโหดทำแผนฯ นาทีลั่นไกฆ่าน้องแท้ๆ เซ่นปมมรดกเลือด

จากกรณี นายบุญมี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ก่อเหตุยิง นายเฉลิม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี น้องชายแท้ ๆ จนเสียชีวิตตกลงไปริมสระน้ำภายในสวนผลไม้ บ้านบึงบอน ม.7 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทราบว่ามาจากเรื่องพิพาทแบ่งมรดกที่ดินซึ่งเป็นสวนทุเรียนที่ผู้ตายทำอยู่ไม่ลงตัว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : รัว 3 นัดยิงดับน้องชาย ขับรถกลับบ้านลาลูก ก่อนหนีขึ้นเขา เผยปมมรดก

ตร.จันท์

คุมพี่ชายโหดทำแผนฯ นาทีลั่นไกฆ่าน้องแท้ๆ

ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา นายบุญมี มือปืนผู้ต้องหา ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.จันทบุรี ไปแล้ว โดยมีลูกชายอีกคน ซึ่งทำงานเป็นเซลล์ที่ จ.สมุทรปราการ ขับรถมารับที่บ้านที่ จ.จันทบุรี มุ่งหน้าเดินทางไป จ.ปราจีนบุรี แต่ระหว่างรถได้ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จนลูกชายบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่นายบุญมีได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สามารถติดตามจับกุมตัว นายบุญมี ได้ในพื้นที่ แปดริ้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา อ่านข่าว : จับแล้ว พี่โหด ยิงดับ น้องชาย ปมมรดก หลังลูกพาซิ่งหนีแต่เกิดอุบัติเหตุ

ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 13 พ.ค. 2565 พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2พร้อมด้วย พ.ต.อ.ผดงศักดิ์ รักษาสุข รองผบก.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.เสถียร เหลเกิ้มหุง ผกก.สภ.ทุ่งเบญจา นำกำลังตำรวจ ชุด นปพ. ร่วมกับ ตำรวจสืบสวน คุมตัว นายบุญมีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่สวนผลไม้ หมู่ 7 บ้านบึงบอน ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี สถานที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลัง โดยรอบระหว่างคุมตัวทำแผน เพื่อกันไม่ให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ตลอดจนคนงานในสวน เข้ามาทำร้ายประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

ตร.จันท์

คุมพี่ชายโหดทำแผนฯ นาทีลั่นไกฆ่าน้องแท้ๆ

เจ้าหน้าที่ตำรวจพา นายบุญมี ไปชี้จุดแนวหลักเขตแดนที่เกิดข้อพิพาท กับผู้เสียชีวิต โดยได้พาไปชี้จุดบริเวณที่ นายเฉลิม น้องชาย ได้มีการว่าจ้างรถแบคโฮมาขุดปรับพื้นที่ บริเวณที่ดินที่พิพาท โดยนายบุญมี ให้การว่าในวันเกิดเหตุได้เดินมาสอบถาม นายเฉลิม เรื่องเอารถแบ็กโฮมาขุดในที่ดินของตน ทำให้โต้เถียงกันนายเฉลิมใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ลงในหลุมดินที่ขุดตนจึงเกิดความโมโห

วันถัดมาขณะที่ นายเฉลิม เดินมาเปิดแผงควบคุมมอเตอร์เพื่อปล่อยน้ำในสวน จึงเดินมาพูดคุยสอบถามเรื่องแนวเขตอีกครั้ง ก่อนเกิดปะทะคารมกันตอนนั้นเห็น นายเฉลิม ล้วงมือเข้าไปขยับกระเป๋า ทำให้ระแวงว่า น้องชาย จะใช้อาวุธปืนมายิงจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกที่เตรียมมา และขึ้นไกไว้ก่อนหน้า ยกขึ้นมายิงสวนเข้าใส่ไป ไม่แน่ใจว่าได้ยิงผู้ตายไปกี่นัด หลังเห็นผู้ตายล้มลงเสียชีวิต จึงได้ยกร่างลากโยนทิ้งลงไปในสระน้ำเพื่ออำพราง ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปที่ อ.แก่งหางแมว

นายบุญมี ยืนยันว่า วันเกิดเหตุแค่อยากจะเข้ามาพูดคุยตกลงเจรจากับน้องชาย เพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทขัดแย้ง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา หากย้อนเวลากลับได้ ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ยังยืนยันว่าเกิดจากอารมณ์โมโหที่ผู้ตาย มีปัญหาขัดแย้งเรื่องที่ดินกับตนเอง และไม่ยอม อ่อนข้อปล่อยวาง จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

ขณะที่ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า พฤติการณ์จับกุม ในครั้งนี้ หลังทางตำรวจสืบสวน สร้างได้ลงพื้นที่หาข่าว ทราบว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหา ได้ขับรถกลับไปที่บ้าน ที่ อ.แก่งหางแมว พร้อมกับนำปืนที่ใช่ก่อเหตุและอาวุธปืนของน้องชาย 2 กระบอก ไปให้ลูกชายคนเล็กเก็บรักษาไว้ จากนั้นได้ให้ลูกชายคนรอง ขับรถมารับที่ จ.จันทบุรี เพื่อเดินทางไปหาคนรู้จักที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อซ่อนตัวกบดาน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ต้องหา เคยมีคนรู้จักในพื้นที่ ที่ทำงานเป็นคนดูแลบ่อกุ้ง แต่ระหว่างทาง รถที่ลูกชายขับเกิดประสบอุบัติเหตุ จากนั้นผู้ต้องหาได้พยายามอาศัยช่วงชุลมุนเดินลัดเลาะหลบหนีไปยังพื้นที่ บ่อกุ้ง

ตร.จันท์

คุมพี่ชายโหดทำแผนฯ นาทีลั่นไกฆ่าน้องแท้ๆ

ขณะกำลังตำรวจสืบสวน ได้พยายามแกะรอยจากการใช้สัญญาณโทรศัพท์ติดตามไปอย่างต่อเนื่อง จนช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาชุดสืบสวน ได้แกะรอยมาพบผู้ต้องหาปลอมตัวเป็นคนเร่ร่อน เดินอยู่บริเวณถนนเลียบคลองชลประธาน เส้นเมืองแปดริ้ว ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน รอยต่อ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้ลองส่งเสียงเรียกชื่อ นายมี ขณะนั้นผู้ต้องหา เผลอหันกลับมา ทำให้ชุดสืบสวนแน่ใจว่าเป็นผู้ต้องหา จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้น แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา , ลักทรัพย์รับของโจร และพกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะ ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน ยังจะได้รวบพยานหลักฐานมูลเหตุอื่นๆ หากพบมีความผิดจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

พล.ต.ต.มานะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ ลูกชายของผู้ต้องหาทั้งสองคน ที่ช่วยเก็บอาวุธปืนของผู้ต้องหา และลูกชายอีกคนที่ให้การนำพาผู้ต้องหาเดินทางข้ามจังหวัด ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ว่ามีส่วนให้การซ่อนเร้นอำพรางอาวุธ หรือให้การนำพาผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดร่วม จะดำเนินการแจ้งข้อหากล่าวโทษอีกครั้ง

ด้านนายเดชาวัฒน อายุ 22 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าลุง จะเป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ จากนิสัยส่วนตัวของลุง ภายนอกจะเป็นคนอารมณ์แปรปรวน พูดจาโผงผาง แต่ไม่คิดว่า จะกล้าถึงขนาด ใช้อาวุธปืนยิงพ่อของตนเองได้อย่างลงคอ ทั้งนี้ ยังอยากอโหสิกรรมให้กับลุง แต่ในทางคดีอยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน