กาโตะ รับเอาเงินวัด ไปใช้จริง เบิก 2 ครั้ง ขอโทษทุกคนที่ทำ วอนคนอื่นฝากระวัง มากเข้ามาด้วย ช่วยกันดูแลพุทธศาสนา เตรียมสีกาตองมาพบด้วย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 17 พ.ค.2565 นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตพระกาโตะ หลังเข้าพบตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือปปป. โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังให้ปากคำคดียักยอกทรัพย์ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่ามีการเบิกเงินวัดไปจริง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก 5 แสนบาท ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 1 แสนบาท เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาส่วนตัว

ทั้งนี้ตนได้โอนไปยังบัญชีส่วนตัวผู้อื่นทั้งหมด เเต่ไม่มีเจตนายักยอก โดยอ้างว่าเป็นเพียงการยืม โดยมีเจ้าหน้าที่วัดอีก 1 คนที่เซ็นต์ร่วม เพราะตามระเบียบการเบิกถอนเงินของวัด กำหนดไว้ว่า จะต้องมี 2 ใน 3 ชื่อเจ้าของบัญชี ลงลายมือเบิกถอน ซึ่งผู้ที่ร่วมลงลายมือชื่อ ก็รับทราบว่าเป็นการยืม เเละทราบวัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้

อ่านข่าว กาโตะ มาแล้ว! ควงพ่อ-ทนายให้ปากคำ ปปป. คดียักยอกทรัพย์ 6แสนบาท

สำหรับเงินจำนวน 6 เเสนบาท ยอมรับว่าเป็นเงินที่เบิกจากบัญชีของวัดเพ็ญญาติ ที่เปิดขึ้นมาใหม่ เนื่องจากรักษาการเจ้าอาวาส ท่านอาพาธอยู่ที่วัดบุบผาราม มีความยากลำบากในการเบิกจ่ายเงิน จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัด เเล้วเปิดบัญชีใหม่ขึ้นมา โดยมีญาติโยมที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค

โดยการเบิกจ่ายเเต่ละครั้ง รวมถึงในรายการอื่น ๆ ก็มีหลักฐานสามารถที่จะชี้เเจงต่อพนักงานสอบสวนได้ทุกกรณี ทั้งหลักฐานการโอนเงิน ใบเสร็จ เเละข้อความเเชท จึงปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ยักยอกทรัพย์

ขอขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ส่วนใครที่ไม่เข้าใจ ผมก็ขอโทษในทุกสิ่งที่ผิดพลาดไป พร้อมฝากถึงพระภิกษุรูปอื่น ๆ ให้ดูผมเป็นกรณีตัวอย่างนะครับ ให้ระมัดระวังเป็นอย่างดี ไม่ว่ามารจะเข้ามาด้านไหน ขอฝากให้ช่วยกันดูเเลพระพุทธศาสนาด้วย

ผมเป็นคนหนึ่งที่เรือล่ม พร้อมทั้งขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริง ณ วันที่ยังห่มผ้าเหลืองอยู่ เเต่ในวันนี้ผมเป็นฆารวาส รักษาศีล 5 เท่ากัน จึงขอพูดความจริงทั้งหมดผ่านสื่อมวลชน เเละพร้อมให้การกับพนักงานสอบสวน ส่วนการใช้ชีวิตในอนาคต ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไร ขอใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ส่วนจะมีการฟ้องร้องใครหรือไม่ ก็ยังไม่ได้คิด

สำหรับการเชิญตัวอดีตพระกาโตะมาด้วยนั้น ตำรวจพบว่า ตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาตินั้น หลังจากที่หลวงพ่อกล่อม อดีตเจ้าอาวาสมรณะภาพ เมื่อปี 2564 ก็ฝากให้พระราชวรญาณ เจ้าอาวาสวัดบุปผาราม กรุงเทพ ซึ่งเป็นเครือญาติกัน เป็นผู้ดูแลวัดต่อ

โดยทางเจ้าคณะตำบลกะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราชได้แต่งตั้งพระราชวรญาณ เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่เนื่องจากไม่สะดวกในการดูแล พระราชวรญาณจึงมอบหมายให้อดีตพระกาโตะดูแลจัดการ เหมือนตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส แต่ไม่ได้มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เป็นการมอบหมายทางวาจาเท่านั้น

ดังนั้นจึงทำให้อดีตพระกาโตะ ไม่ใช่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานฯ แต่ก็เข้าข่ายคดียักยอกเท่านั้น ต่อมาเมื่อ พระราชวรญาณในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติที่แท้จริง ทราบเรื่องว่าเกิดเรื่องเสียหายกับวัด จึงร้องทุกข์ต่อปปป. ให้สอบสวนและดำเนินคดีกับอดีตพระกาโตะและผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหายักยอกทรัพย์ หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากอดีตพระกาโตะ ก็อาจมีความผิดฐานรับของโจรด้วย ซึ่งก็มีทั้งสีกาตองและพระดอนที่อ้างว่าจะนำเงินไปช่วยเคลียร์สื่อให้ ส่วนกรณีของสีกาตองนั้น หากมีการข่มขู่เพื่อเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการปกปิดความลับ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานรีดเอาทรัพย์จากผู้อื่น ทางอดีตพระกาโตะก็จะเป็นผู้เสียหาย ก็สามารถใช้สิทธิเข้าแจ้งความได้

ส่วนกรณีการเบิกเงินของวัด ก็พบว่า ผู้ที่มีอำนาจลงนามเพื่อเบิกถอนเงินบัญชีของวัดเพ็ญญาตินั้น มีทั้งหมด 3 คน คือ อดีตพระกาโตะ ,ช่างบ่าวหรือนายสันติ จงราช (กรรมการวัด) และนายจุน (นามสมมุติ) กรรมการวัด อีก 1 คน ซึ่งการเบิกถอนเงินแต่ละครั้ง จะต้องมีผู้ลงนาม 2 ใน 3 คน ถึงจะสามารถเบิกเงินจากบัญชีได้ แต่ในการตรวจสอบก็พบว่า ที่ผ่านมามีเพียงอดีตพระกาโตะ และนายสันติ เพียง 2 คนเท่านั้น ที่ลงนามเบิกเงินวัดมาโดยตลอด

กรณีที่มีข่าวว่าอดีตพระกาโตะเบิกเงินของวัดไป 6 แสนบาท เพื่อนำไปมอบให้สีกาตองและพระคนกลางนั้น จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา มีการเบิกเงิน จำนวน 6 แสนบาทจริง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลและคำยอมรับของอดีตพระกาโตะและสีกาตองที่ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้จริง

แต่ก็ทราบว่า เงิน 6 แสนบาทนั้นแบ่งเป็นเงินที่อดีตพระกาโตะ 3 แสนบาท นำไปมอบให้ สีกาตอง ที่เหลืออีก 3 แสนบาท ถูกนำเข้าบัญชีของนายสันติ หรือช่างบ่าว เพื่อเป็นค่าใช่จ่ายวัด จำนวน 2 แสน ที่เหลืออีก 1 แสนมีการโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพระกาโตะ 1 แสนบาท

สำหรับพระดอน นั้นทราบว่ามีหมายจับติดตัวหลายคดี ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาพระดอนมีการคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีเช็คเด้ง ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เสียหายก็ถอนคำร้องทุกข์ไม่ติดใจเอาความ หลังจากนี้ทางตำรวจก็อาจต้องเรียกตัวสีกาตอง ,นายสันติ และ พระดอน มาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน