ทูตออสซี่ ร่วมเสียใจ เหตุโศกนาฏกรรมหนองบัวลําภู ‘สมศักดิ์’ยกเป็นเคสตัวอย่าง จี้ช่องโหว่การแก้ปัญหา มีหลายกระทรวงเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2565 ที่ กระทรวงยุติธธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ น.ส.แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เพื่อหารือข้อราชการ และแนวทางการปราบปรามยาเสพติด ที่กระทรวงยุติธรรม
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับ การเยือนออสเตรเลียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือระดับนโยบายและศึกษาดูงานว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างไทย – ออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ และแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 23 ก.ย. – 1 ต.ค. ที่ผ่านมา
และความคืบหน้าการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลียในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งมีกำหนดลงนามในห้วงการเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย ในเดือนพ.ย. 2565
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณออสเตรเลีย ที่ให้การต้อนรับขณะเดินทางเยือน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งทำให้ได้รับทราบว่า หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของทั้ง 2 ประเทศ มีความใกล้ชิด และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากรวมถึงได้เข้าศึกษาศาลยาเสพติดของออสเตรเลีย ที่ได้ให้ความรู้สึกที่ดีต่อผู้เสพ เพื่อให้มีจิตใจที่อ่อนลง
รวมถึงขอขอบคุณ ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนการยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด เพราะไทยได้เน้นการตัดวงจรตามกฎหมายใหม่ เพื่อไม่ให้มีกำลังและขยายเครือข่ายได้ จึงนับเป็นความร่วมมือที่ดี ที่ไทยเอง ก็จะได้ยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยตามที่ออสเตรเลียแนะนำด้วย
โอกาสนี้ น.ส.แอนเจลา กล่าวว่า ในนามออสเตรเลีย ขอแสดงความเสียใจกับเหตุสะเทือนขวัญ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง และน่าเป็นห่วงอย่างมาก ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการความช่วยเหลือในด้านใด ก็พร้อมสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่
เพราะที่ผ่านมาไทย ก็ให้ความช่วยเหลือออสเตรเลีย อย่าง กรณีไฟไหม้ป่า พร้อมขอชื่นชม การทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีศักยภาพมาก ซึ่งเรื่องนี้ ก็มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ทั้ง 2 ประเทศต้องร่วมมือกันปราบปรามต่อไป โดยที่ผ่านมา เราก็มีการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี ในการสกัดกั้นยาเสพติด ได้จำนวนมาก
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรณีเหตุสะเทือนขวัญ ควรนำมาเป็นเคสตัวอย่าง ให้แต่ละประเทศได้ศึกษา เพื่อที่จะได้แยกผู้เสพยาเสพติดในแต่ละประเภท ให้เหมาะสมกับการแก้ปัญหา เพราะมาตรการปราบปรามยาเสพติด มีหลายมาตรการ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุ อาจมีอาการหลอนซึ่งจะเป็นเรื่องนอกเหนือจากมาตรการป้องกันปราบปราม
เพราะจะอยู่ในส่วนของการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยสิ่งเหล่านี้ เราต้องสร้างการรับรู้ให้กับสังคมว่า คนเหล่านี้ ไม่เข้ารับการบำบัดและกินยาอย่างต่อเนื่อง
“เวลาเกิดเหตุแบบนี้ สังคมก็จะมุ่งมาที่การแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งที่ผ่านมา เรามีการทำงานกันอย่างหนัก จนสามารถยึดอายัดทรัพย์ได้กว่า 1 หมื่นล้านบาทแล้ว และในปีหน้า ก็ตั้งเป้า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเวลาเกิดเหตุ ผลการทำงานปราบปรามอย่างหนัก ก็แทบไม่มีความหมาย ดังนั้น ผมมองว่า การที่มีหลายหน่วยงานร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องเดียว อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพราะต้องเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง อาจทำให้ไม่มีความชัดเจนว่า เป็นหน้าที่ใคร ที่ต้องทำให้คนเหล่านี้ กลับมาเป็นคนดี” รมว.ยุติธรรม กล่าว

