ตร. เตรียมขอ ตำรวจสากล ออกหมายจับ 3 นายทุนจีน เจ้าของผับจินหลิง หลังเผ่นออกนอกประเทศ พร้อมประสาน ปปง.ตรวจเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ทั้งเครือข่าย
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวนกลุ่มผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่เข้ามาทำธุรกิจสถานบันเทิงผิดกฎหมายในไทย
โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า เป็นนโยบายของนายกฯที่จะให้มีการกวาดล้างกระทำสถานบริการผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล และอาวุธปืน ไม่ได้เจาะจงเป็นคนชาติไหน ตำรวจได้ดำเนินการทั้งหมด หลังผบช.น.ได้สืบทราบมีแหล่งสถานบันเทิงลักลอบเปิดได้เข้าไปตรวจสอบพบทั้งการเปิดสถานบริการไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติด
หลังจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้เข้าไปสอบสวนเชิงลึกและได้ขยายการจับกุม และมีพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ร่วมปฏิบัติการจนขยายการจับกุมเครือข่ายได้จำนวนมาก ถือว่าเป็นไปตามนโยบายของนายกฯที่ได้สั่งการไว้ว่า
ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวถึงการสืบสวนกรณีผับจินหลิงว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้ต้องหาหลัก 5 คน ตำรวจจับได้แล้ว 2 คน ส่วนอีก 3 คน หลบหนีไปต่างประเทศโดยใช้เครื่องบินส่วนตัวบินหลบหนีไปหลังจากที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงจินหลิง ย่านยานนาวา และพัทยา ในห้วง 1-3 วันหลังจากการเข้าตรวจค้นจับกุม
ทั้งนี้ได้สืบสวนจนพบว่ามีการนำเงินไปฟอกซื้อทรัพย์สิน ห้องพัก คอนโดมิเนียม และรถยนต์หรู อยู่จำนวนมากในกรุงเทพมหานคร จึงเข้าตรวจค้นในหลายแห่งตามหมู่บ้านหรู คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง สามารถยึดทั้งทรัพย์สิน และเงินสดไว้ตรวจสอบได้หลายร้อยล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ตำรวจได้มาส่วนใหญ่ตรงกับที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส่งมอบให้ตำรวจร่วมตรวจสอบ และหลังจากที่ได้ขยายผลไปที่เครือข่ายทำให้กลุ่มคนจีนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเริ่มหลบหนีออกประเทศไปมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้เชิญเลขาธิการสำนักงานปปง. มาร่วมหารือถึงการสืบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการนี้
ส่วนผู้ต้องหาที่จับตัวได้ ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานดำเนินคดีได้ชัดเจน ส่วนคนที่หลบหนีไปขณะนี้ได้ขึ้น Blacklist ไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเตรียมประสานตำรวจสากลให้ออกหมายจับสากลกับทั้ง 3 คน แต่เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี
“ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง กลุ่มทุนจีนนี้ได้เข้ามาทำธุรกิจประเทศไทยปีกว่าแล้ว เครือข่ายความเชื่อมโยงมีพอสมควร เมื่อวันนี้ ผบ.ตร.ใช้มาตรการเด็ดขาดกลุ่มทุนเหล่านี้หยุดหมด เอาอันดับแรกก่อน การจะเอายาเสพติดเข้ามา วันนี้เลิก ไม่กล้าทำแล้ว คนเหล่านี้เผ่นออกนอกประเทศหมด ที่เหลืออยู่เราจับได้ทัน เราก็จับกุมนายหยู่ ฉาง เฟย เจ้าของผับวัน เราตามจับกุมได้ที่มุกดาหารกำลังหนีออกนอกประเทศพอดี
เมื่อไหร่เจ้าหน้าที่รัฐเข้มแข็ง กลุ่มทุนเหล่านี้ก็จะไม่เข้ามา จะไปอาศัยประเทศอื่นในการทำธุรกิจผิดกฎหมายต่อ ดังนั้นวันนี้เราต้องเดินหน้าแบบนี้ อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยหลบหนี เพราะเขามีไพรเวทแจ็ทหลบหนีได้เอง สิ่งที่ต้องเข้มงวดการเข้าประเทศของคนกลุ่มนี้
ผบ.ตร.ได้สั่งให้สอบสวนตรงไปตรงมาชัดเจน ในส่วนของการอยู่ต่อในไทยของกลุ่มคนจีน ไม่ว่าทั้งกลุ่มที่ทะเลาะกันเอง มาตัดนิ้ว ได้มีการจับกุมไปแล้ว ตรวจสอบพบว่าเป็นการใช้วีซ่านักเรียน เป็นอาชญากร แต่ขอวีซ่านักเรียนมาเรียนหนังสือ ดังนั้นในส่วนหัวหน้าด่านทั้งหมด ผมได้เรียกมาสอบหมดแล้ว เพื่อรวบรวมพยายานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
ขณะที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการจับผับจินหลิง ของนครบาล ได้ไล่เส้นทางการเงิน บัญชีที่เชื่อมโยงบัญชีม้า ได้ประสานพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรม โดยคนร้ายได้หลบหนีออกต่างประเทศ
สำหรับคนได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ได้ตามเส้นทางการเงิน โดยไล่คอนโดฯที่เอารถไป จับได้รถปอร์เช่ , โรลส์-รอยซ์ และคอนโดฯที่ครองอยู่ และไม่ได้มีแค่แก๊งคนจีน ต่างชาติอื่นที่ทำตัวเป็นมาเฟีย ก็ไม่ได้ละเลย ทั้งตำรวจท่องเที่ยวและตรวจคนเข้าเมืองได้ทำอย่างต่อเนื่อง