จ่อแจ้งข้อหา 3นายพลตร. – 80ตม. ต่อวีซ่ากลุ่มทุนจีนสีเทา บิ๊กโจ๊ก ลั่นไม่เว้นเพื่อนร่วมรุ่น
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2566 ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุนจีนทำธุรกิจสีเทา ว่า ในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ทั้งอดีตผู้บังคับการ(ผบก.)และผบก.คนปัจจุบัน และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ตอนนี้สืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งสัปดาห์นี้จะประชุมไล่เรียง โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 80 คน ในจำนวนนี้รวมนายตำรวจยศ พล.ต.ต. 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 คน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 47 โดยย้ำจะต้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดทุกรายอย่างเท่าเทียมกันไม่มีการละเว้น แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตาม
ภายในสัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่กว่า 80 นายมาแจ้งข้อกล่าวหา โดยข้อหาที่ตั้งในเบื้องต้นคือ ผิดมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
แม้จำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนกระทำความผิดนั้นดูเหมือนจะเยอะ แต่กำลังพล ตม.โดยรวมมีมากกว่า 20,000 นาย ดังนั้น การจัดส่วนที่ไม่ดีออกไปจะทำให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น หลังจากเรียกเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว กระบวนการต่อไป คือการดำเนินคดีทางอาญาที่จะต้องดำเนินการต่อเรื่องทรัพย์สิน โดยให้ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบ
สำหรับคดีนี้ที่พื้นที่ภาคเหนือ (ตม. 5) มีกว่า 1,000 กรณี ส่วนภาคอีสาน (ตม.4) มีกว่า 3,000 กรณี ที่มีการปล่อยให้กลุ่มคนจีนสีเทาเข้ามาอาศัยออยู่ในประเทศไทย โดยใช้วีซ่านักเรียนนักศึกษา หรือการต่อวีซ่า โดยใช้มูลนิธิอำนวยความสะดวก หรือแม้แต่การปลอมแปลงลายเซ็นของเจ้าหน้าที่หรือการแอบลักลอบใช้บ้านหรือเล้าไก่ตั้งเป็นมูลนิธิ ซึ่งตอนนี้เพิกถอนวีซ่าและดำเนินการจับกุมหมดแล้ว
ทั้งนี้พูดคุยกับอุปทูตจีนมาโดยตลอด โดยรัฐบาลจีนและไทยส่งเสริมให้มีการปราบปรามกลุ่มคนจีนที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้เกิดความอุ่นใจและเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งทุกวันนี้จะเห็นว่าคนจีนที่เป็นมิจฉาชีพรีบออกนอกประเทศหมดแล้ว เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุม ซึ่งถือเป็นเรื่องดี