จับเพิ่มอีกราย คนชี้เป้า แก๊งตร.อุ้มคนจีน ตร.คุมตัวจากชัยภูมิเข้ากรุงทันที แฉหลักฐานเด็ดมัดด.ต.ร่วมทีม มอบเงินปึกใหญ่ให้สาว ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กอวด
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดี 5ตำรวจ ตม. ถูกกล่าวหา ร่วมกันอุ้มล่ามภาษาจีนพร้อมนายฉี จากบ้านพักย่านซอยประชาสงเคราะห์ 2 แขวงดินแดง เขตดินแดง ก่อนรีดทรัพย์เป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซี่ ไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา น.ส.นามี ได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ก่อนตำรวจขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับตำรวจ 4 นาย จากนั้นตำรวจได้คุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 และ ด.ต.พีระศักดิ์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 มาสอบสวนและดำเนินคดี ขณะที่ พ.ต.ต.จิรภัทร สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ผู้ต้องหาอีกคนที่ร่วมก่อเหตุยังหลบหนี ก่อนตร.มีคำสั่งให้ ตำรวจทั้ง5นายที่ถูกกล่าวหาออกจากราชการไว้ก่อน
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 2566 พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.ดินแดง พร้อมเปิดเผยว่า ได้เชิญตัว นายโอภาส ชาวอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ มาสอบปากคำที่ สน.ดินแดง โดยอยู่ระหว่างนำตัวชายคนนี้จากจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนชายคนนี้เป็นนายหน้าช่วยดำเนินการทำหนังสือเดินทางให้ผู้เสียหายชาวจีน ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
และเป็นบุคคลที่กลับมาบอกกับผู้เสียหายว่าไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ เพราะขาดเอกสารบางส่วน จึงพาผู้เสียหายและล่ามสาวชาวไทยกลับไปเอาเอกสารที่บ้าน ก่อนจะถูกอุ้มรีดทรัพย์ในที่สุด ซึ่งจะต้องมีการซักถามประเด็นว่ามีส่วนรู้เห็นกับคดีอุ้มรีดทรัพย์ครั้งนี้หรือไม่ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพาคนจีนไปสวมบัตรประชาชนโดยผิดกฎหมายจริงหรือไม่
แต่เบื้องต้นจากการสอบประวัติพบว่ามีประวัติก่อคดีโชกโชน เคยก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์นายสุรชัย นักธุรกิจสายการบิน ได้เงินไป 2 ล้านบาทในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อเดือนก.ค. 2560 และถูกออกหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 ในข้อหา เป็นผู้สนับสนุนเข้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นฯ , และเป็นผู้สนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน
ส่วนตำรวจ 4 นายที่ควบคุมตัวไว้แล้วก่อนหน้านี้คาดว่าวันนี้จะส่งฝากขังไม่ทัน จึงเลื่อนเป็นฝากขังวันพรุ่งนี้(23มี.ค.) ภายในกรอบระยะเวลาควบคุมตัว เนื่องจากต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จในทุกประเด็น ส่วนพ.ต.ต.จิรภัทร สว.กก.สส.บก.ตม.1 ที่ยังหลบหนี ได้สั่งการให้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักทุกแห่งในพื้นที่จันทบุรี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี พร้อมเน้นย้ำให้เข้ามอบตัว มิฉะนั้นตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
ขณะที่การตรวจสอบประวัติผู้เสียหายชาวจีน ที่มีการสวมบัตรประชาชนคนไทย ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติทั้งชื่อไทย และชื่อจีนแล้ว ยังไม่พบการกระทำความผิด แต่การที่ชาวจีนรายนี้มีการสวมบัตรประชาชนคนไทย และยังคงอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน ก็ต้องขยายผลสืบสวนว่ามีวัตถุประสงค์กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
โดยขณะนี้ตำรวจได้ทำแผนผังเครือญาติของคนไทยที่ถูกนำชื่อไปสวมบัตรประชาชนไว้แล้ว เพื่อจะตรวจสอบว่าเจ้าของชื่อคนไทยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และผู้เสียหายชาวจีนมีความเกี่ยวข้องอย่างไร เพราะไม่ได้อยู่ในไทยโดยกำเนิดอย่างแน่นอน แต่ได้บัตรประชาชนมาอย่างไร ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสวมบัตรประชาชน ก็จะต้องมีการดำเนินคดีถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน หลังตำรวจ สน.ดินแดง ได้ตรวจยึดรถยนต์ของกลางมาได้ 2 คัน ประกอบด้วยรถยนต์มาสด้าสีขาว ทะเบียน ฆร 636 กรุงเทพมหานคร ของพ.ต.ต.จิรภัทร ที่ยังหลบหนี และรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน ญฎ 3861 กรุงเทพมหานคร ของ ด.ต.พีระศักดิ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันชุดสืบสวนยังพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ ใช้มัดตัว 1 ใน 5 ตำรวจ คือภาพถ่ายที่ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพด.ต.พีระศักดิ์ มอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ปึก ให้กับหญิงสาวที่มีท่าทางใกล้ชิดสนิมกัน โดยหญิงคนนี้ เป็นผู้โพสต์ภาพนี้ในเฟซบุ๊กด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุอุ้มรีดทรัพย์วันที่ 10 มี.ค. เพียงวันเดียว โดยตำรวจเตรียมจะเชิญตัวหญิงสาวรายนี้มาสอบปากคำเพื่อขยายผลว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดหรือไม่