ผบช.น.ระบุ หัวหน้า แก๊งจีนอุ้มจีน เรียกค่าไถ่บางโพงพาง 1.8 ล้านบาท อ้างให้นำเงินไปประกันตัวเพื่อนชาวจีนที่ถูกดำเนินคดีในไทย แต่ผู้เสียหายไม่ทำตาม จึงไปขอเงินคืน เชื่อเป็นผู้มีอิทธิพล เคยก่อเหตุอุ้มมาแล้ว
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีจับกุมแก๊งอุ้มคนจีนเรียกค่าไถ่1.8 ล้านบาทในท้องที่ สน.บางโพงพาง ว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้มีเบื้องต้น 13 คน จับซึ่งหน้าไปแล้ว 3 คน ก่อนที่จะขยายผลขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ 10 คน ซึ่งจับมาได้แล้ว 5 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
อ่านข่าว : ตร.กรุงขยายผล รวบ ผัว-เมีย หัวโจก แก๊งอุ้ม-รีดชาวจีน คาดอนโดหรู
สำหรับมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ นายหมิง อ้างว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินกับผู้เสียหายไป 2 ล้านบาท เพื่อให้ไปดำเนินการยื่นเรื่องประกันตัวชาวต่างชาติที่ถูกดำเนินคดีอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะกลับไม่ได้นำไปยื่นประกันตัว ทำให้ได้ทวงเงินคืนแต่ก็ไม่ได้เงิน จึงติดต่อให้กลุ่มผู้ต้องหาทั้งคนไทยและจีนรวมตัวไปพูดคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านเตาปูนและนำตัวมากักขังไว้ที่โรงแรมย่านสาทร
ส่วนผู้ต้องหา ที่ร่วมก่อเหตุพบว่ามีคนจีนที่ถูกออกหมายจับ 1 คนได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว สำหรับผู้เสียหาย พบว่ามีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยว โดยเคยนำพาคนจีนเข้ามาเที่ยวในไทยหลายครั้ง และคาดว่ารู้จักกับผู้ประกอบการอีกหลายหน่วยงาน
ขณะที่พล.ต.ท.ธิติ แสงว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาจะเกี่ยวข้องกับคดีธุรกิจคนจีนสีเทาในไทยหรือไม่ เพราะคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ยังไม่ได้บอกถึงรายละเอียดว่าจะให้นำเงินไปประกันตัวกับผู้ต้องหาในคดีใด หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีจินหลิงผับหรือไม่ ตำรวจก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสืบสวนต่อ
ส่วนการก่อเหตุของนายหมิง เชื่อว่าเป็นคนที่มีอิทธิพลที่สามารถว่าจ้าง และรวบรวมคนจีนมาร่วมก่อเหตุได้จำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติและเชื่อว่าบางคนเคยก่อเหตุอุ้มเรียกค่าไถ่ในคดีอื่นมาบ้างแล้ว แต่บางส่วนก็ยังไม่ไปแจ้งความ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างของผู้ต้องหาที่นายหมิงให้นำเงินไปช่วยประกันตัวนั้น เชื่อว่าเป็นเพื่อนกัน แต่น่าจะมีความสัมพันธ์มากกว่านั้น และจากการขยายผลสืบสวนจากหลักฐานที่พบ คาดว่าจะต้องขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นคนไทยเพิ่ม 1-2 คน และมีหน้าที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในกลุ่ม 2 ที่เพิ่งถูกจับได้
สาเหตุที่ตำรวจเชื่อว่านายหมิง และกลุ่มผู้ต้องหามีการก่อเหตุมาก่อน เนื่องจากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ตั้งแต่การนัดพบ จองคิวรถยนต์ จองที่พัก ใช้รถรับส่งเป็นตัวกลาง รวมทั้งการนำสิ่งของไปให้บุคคลที่ 3 ใช้รถรับจ้างสาธารณะ มีการเตรียมแยกรถกันนั่ง และติดตามกันเป็นขบวน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำในลักษณะมืออาชีพ
สำหรับเงินที่ผู้เสียหายโอนไปให้กับกลุ่มผู้ต้องหารวมกว่า 9 แสน 6 หมื่นบาท ตำรวจติดตามอายัดเงินมาได้ 4 แสน 4 หมื่นบาท ซึ่งบางส่วนเป็นเงินที่ผู้เสียหายขอยืมเงินจากอดีตภรรยาคนไทยที่โอนมาช่วยเหลือ เนื่องจากผู้เสียหายได้ขอความช่วยเหลือผ่านทางอดีตภรรยา จนทำให้ต้องมาแจ้งความและเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้
พล.ต.ท.ธิติ ยังเชื่อว่า มีบุคคลที่กำลังคิดจะกระทำเหตุการณ์ในลักษณะนี้หลบซ่อนอยู่อีก แต่ยังรอเวลาที่กำลังจะลงมือก่อเหตุ ซึ่งพฤติการณ์ก็ใกล้เคียงกับแก๊งลูกหมู ที่อุ้มตัวมารีดเงินผู้เสียหาย เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว และหากไม่พอใจก็อาจจะนำไปฆาตกรรมได้
พร้อมกับขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสถึงการก่อเหตุของผู้ต้อหากลุ่มนี้ในอดีต หรือกลุ่มที่ต้องสงสัย โดยสามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลข 191 ซึ่งก็จะส่งข้อมูลทางลับให้กับตำรวจสืบสวนนครบาลดำเนินการต่อ