จับสาวบัญชีม้าร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็น กสทช. สูญเงินกว่า 600,000 บาท เจ้าหน้าที่สืบหาเครือข่ายความเชื่อมโยงทางคดี เพื่อนำตัวผู้มาดำเนินคดี

วันที่ 24 มิ.ย.2566 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT, พล.ต.ต. ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.ภาสกร นภาโชติ รอง ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ต.รุตินันท์ สัตยาชัย สว.กก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ต.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3

แถลงจับกุม น.ส.เพ็ญพร อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดน่าน ที่ 42/2566 ลง 23 ก.พ. 66 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น และร่วมกันนำเข้าสู่สู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83 และ 91 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดคอมพิวเตอร์ฯ โดยจับกุมได้ที่ หมู่ 4 ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก

ในกรณีดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการที่1 PCT ได้รับเบาะแสการกระทำความผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยกลุ่มคนร้ายได้ใช้การโทรแบบ VoIP แอบอ้างแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช) Call Center:1200 โทรหาผู้เสียหาย โดยหลอกล่วงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กสทช. แจ้งว่าเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายจะถูกระงับเนื่องจากมีการนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย

ซึ่งทางคนร้ายนั้นสามารถบอกข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอาชีพผู้เสียหายซึ่งเป็นบุคคลกรทางการแพทย์ ทำให้ผู้เสียหายเกิดหลงเชื่อและยินยอมติดต่อกับกลุ่มคนร้ายทางไลน์ โดยคนร้ายใด้ติดต่อมาทางไลน์อีกครั้ง อ้างว่าเป็นตำรวจบอกผู้เสียหายว่ามีส่วนในการกระทำผิดหลอกลวงผู้อื่น และให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปรวม 640,700.04 บาท ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความที่สภ.นาน้อย เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย

จากการสืบสวนพบว่าผู้เสียหายโอนเงินให้กับ น.ส.เพ็ญพร(สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้ก่อเหตุจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับไว้ ซึ่งทางสืบสวนพบว่า น.ส.เพ็ญพรฯ น้้นซึ่งมีลักษณะมีพิรุธโดยมีพฤติกรรมหลบซ่อนไม่เปิดเผยตัว ซึ่งต่อมา ชป.1 PCT ได้สืบสวนหาจนพบว่าหลบหนีมาซ่อนตัวที่ อ.ปากพลี จ.นครนายก จึงได้เข้าไปสืบหาจนพบตัวจนพบ​ เจ้าตัวรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงได้จับกุมนำส่งเพื่อดำเนินคดี

เบื้องต้น น.ส.เพ็ญพร ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเพื่อน ชื่อ น.ส.ชนิดา หรือ ตาลชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อเทรดหุ้น โดย น.ส.เพ็ญพรเปิด2 บัญชี ต่างธนาคารกัน ได้รับส่วนแบ่งครั้งละประมาณ 200-300 บาท อยู่หลายครั้ง

จากการสืบสวนทราบว่าบัญชีธนาคารอีกบัญชีก็เป็นบัญชีม้าเช่นกัน และได้ตรวจสอบแล้ว น.ส.ชนิดา พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับในคดีฉ้อโกงออนไลน์อีกหลายคดี ซึ่งทางชุดสืบสวนจะได้ทำการสืบสวนจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีและสืบหาเครือข่ายความเชื่อมโยงทางคดี เพื่อนำตัวผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน