เพจสายไหมต้องรอด พาข้าราชการสาวผู้เสียหาย ตกเป็นเหยื่อ จิ้งจอกสังคม หลอกให้รัก แล้วบังคับให้กู้เงิน ซื้อรถ แค่3เดือน สูญเงิน5ล้านบาท เป็นหนี้สินเต็มตัว เข้าร้องเรียน “บิ๊กโจ๊ก”
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 66 ที่สโมสรตำรวจ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ ‘สายไหม ต้องรอด’ ได้นำผู้เสียหายเข้าร้องเรียนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. โดยนายเอกภพ กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องราวของข้าราชการหญิงรายหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมหน่วยงานหนึ่ง
ถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นนักเทรดหุ้น มีความเชี่ยวชาญจะสอนเล่นหุ้น ลวงให้กู้เงินธนาคาร หลอกลวงให้ออกรถนำรถไปจำนำ ทำให้เจ้าตัวต้องเดือดร้อนเป็นหนี้สินเกือบ 5 ล้านบาท พอเรียกร้องขอเงินคืน กลับถูกทำร้ายร่างกายและข่มขู่ว่าจะเอาคลิปภาพไปเผยแพร่ในที่ทำงาน ด้วยความเกรงกลัวไม่ปลอดภัยจึงเข้ามาร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด
น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับชายไทยคนนี้มีอายุประมาณ 41 ปี ผ่านแอพฯหาคู่เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตอนรู้จักกันฝ่ายชายมีความน่าเชื่อถือ พูดจาดีบอกว่า จบปริญญาตรี 2 ใบ มีเงินฝากอยู่ต่างประเทศ และเชี่ยวชาญในด้านการเล่นหุ้น forex ก่อนหน้านี้ตนมีหนี้อยู่ 800,000 บาท ฝ่ายชายบอกว่า ขอให้ทำตามที่เขาบอกแล้วจะช่วยปลดหนี้ให้
น.ส.เอกล่าวว่า ก่อนที่ฝ่ายชายจะออกอุบายให้ตอนไปซื้อรถมินิคูเปอร์ และ โตโยต้า คัมรี่ โดยฝ่ายชายบอกว่า จะจ้างคนมาสอนให้ขับรถ แต่ตอนนั้นมีแต่พาไปธนาคารพอตนสงสัยอะไร เริ่มถามเขาจะตวาด ข่มขู่ ตนมีโรคประจำตัวเป็นไบโพล่า รักษาอาการป่วยมา 7 ปี มีภาวะหวาดกลัว ตัวสั่น หากถูกตะคอกข่มขู่
ระยะหลังฝ่ายชายบอกให้ตนพาไปซื้อทอง ซื้อโทรศัพท์มือถือ ในระหว่างคบหาฝ่ายชายได้รู้จักทางบ้านเราและมีการข่มขู่ เมื่อทวงเงินหรือว่าทวงถามเรื่องบิลค้างชำระทำไมไม่จ่าย ฝ่ายชายจะถามกลับมาว่า ให้ไปแก้ปัญหาหนี้เอง ทำให้ตนรู้สึกกังวลว่า ตนพลาดที่ไปซื้อรถตามที่เขาบอกตั้งแต่แรก
น.ส.เอกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นมาฝ่ายชายให้ทำอะไรตนต้องทำตามหมด เพราะตอนนั้นไม่มีปัญญาที่จะจ่ายค่างวดรถ ค่ารถ 2 คันจำนวน 3 ล้านบาท พอมีปัญหาเรื่องเงินหนักขึ้น มีการทะเลาะกัน สุดท้ายตนโดนทำร้ายร่างกายด้วยการตบกกหู เลยเถิดถึงขั้นว่า ให้เอารถไปจำนำกับเต็นท์รถ ตอนนี้ตนไม่ทราบว่ารถไปถึงไหน มีบิลต่าง ๆ มีโทรศัพท์มาทวงเงินทุกเดือน
หนักเข้าฝ่ายชายให้ตนยืมเงินเพื่อนสนิทที่ทำงาน และบอกให้แม่ไปหาเงินมาให้เขา อ้างว่ามีเช็คที่ธนาคารที่ต่างประเทศ ต่างธนาคารใช้เวลาหลายวัน ถ้าได้เงินมาแล้วจะคืนให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คืน อ้างว่าเป็นเพราะตนปฏิบัติไม่ดี พูดไม่ดีกับเขา
น.ส.เอกล่าวอีกว่า ตอนนี้รู้สึกกังวลในเรื่องความปลอดภัย ทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล เขาสามารถเข้าถึงได้หมด ข่มขู่ว่าจะทำร้ายแม่และน้อง พอเลิกกันเขาไม่รับโทรศัพท์ อ้างว่าตัวเองมีอิทธิพลใน 9 จังหวัดภาคใต้ อ้างว่ามีอิทธิพลในเขตลาดพร้าว
ตนหวาดกลัว รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย สุดท้ายขอมาพึ่งเพจสายไหมต้องรอดว่าจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อที่จะจัดการกับคนๆ นี้ อย่างน้อยก็ไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก เพราะทราบว่ามีผู้หญิงที่ภาคใต้เป็นครู ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน มีการให้ไปซื้อรถ ซื้อบ้านและสุดท้ายภาระก็เป็นของฝ่ายหญิง เรื่องนี้อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย
สุดท้ายตนต้องเป็นหนี้เกือบ 5 ล้าน บัญชีต่าง ๆ ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากติดสินเชื่อ เงินติดตัวก็ไม่มี ได้พี่ช่วยให้ค่ารถไปเดินทางไปทำงาน ตนยังติดหนี้เพื่อนอีก ตอนนี้กลัวว่า จะล้มละลาย แต่การล้มละลายก็ยังไม่เท่ากับทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้แม่เดือดร้อน มันเอาแม้กระทั่งเงินของน้องตน 500 บาทมันก็เอา
ด้านนายเอกภพกล่าวว่า เดี๋ยวนี้วิธีของมิจฉาชีพจะใช้ชื่อของเหยื่อในการซื้อรถ แล้วเอารถของเหยื่อไปจำนำ อย่างกรณีล่าสุดนี้ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ทำผู้เสียหายหมดเงินไปเกือบ 5 ล้านบาท เมื่อสอบถามผู้เสียหายถึงทราบว่า ไม่ใช่การคบหา ฝ่ายมิจฉาชีพต้องการมาหลอก
อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ้น forex ใช้วิธีการกู้ยืมเงินกับทางธนาคาร อ้างว่าจะหาทางปิดหนี้กับทางสหกรณ์จำนวน 800,000 บาทให้ สุดท้ายแค่ 3 เดือนทำให้ผู้หญิงตกเป็นหนี้สินถึง 5 ล้านบาท การเป็นข้าราชการหากเป็นหนี้สถาบันการเงินก็จะเป็นบุคคลล้มละลายสุดท้ายต้องออกจากราชการ
ฝ่ายชายพาไปกู้ อ้างว่าเป็นการสร้างเครดิต แต่สุดท้ายเงินที่กู้มาฝ่ายหญิงไม่ได้ใช้ ฝ่ายมิจฉาชีพเอาไปหมด จัดการโอนเงินแฮกข้อมูลของฝ่ายหญิง ทั้งหมดถือว่าเป็นบุคคลอันตราย มีการถ่ายภาพไว้แบล็กเมล์ คนแบบนี้เอาไว้ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จของมิจฉาชีพ