สืบนครบาล จับสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า หลอกให้รัก-รับโอนเงินจากเธอ ก่อนจากไปพร้อมเงินล้าน หมายจับยาวเหยียด เสียหายรวมทั่วประเทศกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 5 ก.ย.66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สั่งการ พ.ต.ท.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ธนพล มโนษร รองสว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และกำลังตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ชุดปฎิบัติการที่ 4 พร้อม นักเรียนสืบสวนคดีอาญา รุ่น 112

ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.ดวงรักษ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.ยโสธร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 141/2566 ลงวันที่ 18 พ.ค.2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง , โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุลคลหนึ่ง” เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาลร่วมกับนักเรียนสืบสวนรุ่น112 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหาย ตลอดจนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาในช่วงการระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

จากการตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบหมายจับอีกจำนวน 8 หมาย ดังนี้

1.หมายจับศาลจังหวัดแพร่ ที่ 233/2565 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2565 (คดีอาญาที่ 28/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง ,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

2.หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ จ.183/2566 ลงวันที่ 19 พ.ค. 2566 (คดีอาญาที่ 131/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกระทำโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

3.หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 827/2565 ลงวันที่ 11 พ.ย. 2565 (คดีอาญาที่ 1121/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง , พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์”

4.หมายจับศาลแขวงภูเก็ตที่ 193/2565 ลงวันที่ 6 ก.ค. 2565 (คดีอาญาที่ 147/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยมิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

5.หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.104/2566 ลงวันที่ 19 มิ.ย. 2566 (คดีอาญาที่ 174/2566) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันไม่ใช่การกระทำความผิดฐานหมื่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”

6.หมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 359/2565 ลงวันที่ 9 ส.ค. 2565 (คดีอาญาที่ 522/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ”

7.หมายจับศาลจังหวัดลำปาง ที่ จ.150/2565 ลงวันที่ 3 ส.ค. 2565 (คดีอาญาที่ 1014/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

8.หมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.785/2565 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2565 (คดีอาญาที่ 191/2565) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยมิได้กระทำต่อประชาชนแต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” จับกุมบริเวณอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 49/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากถูกหลอกให้รัก โดยรู้จักกับมิจฉาชีพผ่านเฟซบุ๊ก และต่อมาได้ชักชวนให้ลงทุนผ่านแอพพลิเคชันหลังจากผู้เสียหายตายใจหลงเชื่อ จึงร่วมลงทุนกับสาวคนดังกล่าวผ่านแอพพลิเคชันออนไลน์ สูญเงินไป 2,125,000 บาท โดยการโอนเงินร่วมลงทุนนั้น ได้โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อของ “น.ส.ดวงรักษ์ ” ที่เป็นเจ้าของบัญชี เมื่อผู้เสียหายลงทุนไปได้ซักพักพบว่าไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ และไม่สามารถติดต่อสาวคนดังกล่าวได้อีก จึงเชื่อว่าถูกหลอกให้รักแล้วเชิดเงินลงทุนหนี ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล และนักเรียนสืบสวนคดีอาญา รุ่น 112 จึงไสืบสวนหาข้อมูลกระทั่งพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ โอนเงินผ่านบัญชี “น.ส.ดวงรักษ์” ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาท ตำรวจสืบนครบาลจึงได้ลงพื้นที่เพื่อหาตัว น.ส.ดวงรักษ์ ผู้ต้องหารายนี้ ได้เฝ้าอยู่บริเวณที่พักอาศัยที่คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ เมื่อผู้ต้องหาปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแสดงตัวพร้อมหมายจับ และได้แจ้งสิทธิ์ให้ทราบก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำต่อไป

จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา รับว่าเป็นคนรับจ้างเปิดบัญชี โดยได้บัญชีละ 1,500-2,000 บาท จะหักค่านายหน้า 500 บาท ผู้ต้องหาขายบัญชีไป 3 บัญชี จึงทำบันทึกการจับกุม และ นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพหลายรูปแบบ ขอให้ทุกท่านได้โปรดใช้สติ วิจารณญาณในการดำเนินชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กับ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน