เร่งรวบรวมหลักฐาน จ่อแจ้งค้ามนุษย์ ‘เอ็ม’ พ่อโหด ทำร้ายลูกจนปากแหว่ง พบหลักฐานเปิดรับบริจาคแล้ว 17 ครั้ง
วันที่ 22 ก.ย. 66 ที่ สน.บางเขน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้า คดีพ่อฆ่าลูก 5 ศพ ว่า ผลการตรวจ ดีเอ็นเอของทารก 2 ศพที่พบในเขตบางซื่อเมื่อปี 2556 และ 2557 นั้น ตรงกันกับ นายสองศักดิ์กับ น.ส.เจษฎา มีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกันจริง ตามการคำรับสารภาพของ น.ส.เจษฎา ว่าได้นำศพไปทิ้ง 2 ศพจริง พนักงานสอบสวนจะออกหมายจับ น.ส.เจษฎา หลังไปรับผลการตรวจร่างกายในช่วงบ่ายวันนี้ ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาขอออกหมายจับ สำหรับสาเหตุการตายของเด็กทั้งสองคน แพทย์ได้ออกผลชันสูตรตั้งแต่ปี 2556 และ 2557 แล้วว่าสาเหตุการตายเกิดจาก กะโหลกศีรษะมีบาดแผล และระบบการหายใจล้มเหลว
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า เด็ก 4 ขวบที่ถูกทำร้ายจนปากแหว่ง มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าตั้งแต่แรกเกิดมีสภาพสมบูรณ์ปกติ กระทั่งพ่อแม่นำน้องกลับมาเลี้ยงพบว่าเด็กมีสภาพปากแหว่ง โดยอ้างว่าเกิดจากเชื้อรากัด เนื่องจากเปิดรับบริจาคเพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากความพิการของเด็ก เข้าข่ายการค้ามนุษย์ จะต้องหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อไป ตอนนี้มีหลักฐานการโพสต์ขอรับบริจาคของ นายส่องศักดิ์ และ น.ส.เจษฎา ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการโอนเงินทั้งหมด 17 รายการ รวม เป็นเงิน 3,500 บาท โดยนำเงินที่ได้ไปเลี้ยงดูชีวิตตัวเอง ส่วนตัวเด็กอยู่ในความคุ้มครองของ พม.
รองผบช.น. กล่าวว่า สำหรับภรรยารายที่ 5 ที่เพิ่งตรวจพบนั้น ได้เลิกกันกับนายส่องศักดิ์มานานแล้ว และไม่มีบุตรด้วยกัน โดยฝ่ายหญิงมีครอบครัวใหม่แล้ว แต่ตำรวจจะต้องเชิญมาสอบปากคำให้เห็นถึงพฤติกรรมของตัวผู้ต้องหาเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดี สำหรับการตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ในซอยพหลโยธิน 48 ช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากภายหลังที่ นายส่องศักดิ์ และ น.ส.สุนัน โบกปูนฝังศพลูกที่จังหวัดกำแพงเพชรในช่วงเดือนกรกฎาคม ผู้ต้องหาทั้งสองได้ย้ายถิ่นที่อยู่จาก อพาร์ตเมนต์ ไปอยู่เช่ารายเดือน ซอยพหลโยธิน 48 เจ้าหน้าที่จึงต้องตามหาพยานหลักฐานคดีเพิ่มเติม เพื่อหาพยานวัตถุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ทำร้ายเด็กว่ายังมีหลงเหลืออยู่หรือไม่
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ผบช.น. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น.พิจารณาข้อกฎหมายทั้งหมดว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าผู้อื่นหรือไม่ ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนส่งตัว น.ส.เจษฎา ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลว่า ตามคำให้การที่ถูก นายส่องศักดิ์ ทำร้าย ถูกวัตถุใดทำร้ายเพื่อให้สอดคล้องกับความเห็นของทางแพทย์
พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า ขณะนี้พยานหลักฐานที่รวบรวมได้นำไปสู่การแจ้งข้อหาในความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3-15 ปี และข้อหาทำลายพยานหลักฐาน โทษจำคุก 5 ปี และข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและออกหมายจับหลังจากที่ได้รับผลการตรวจ DNA แล้ว ส่วนกระดูกที่พบทั้งหมดบริเวณปากซอยพหลโยธิน 56 คาดว่า จะทราบผลเร็วสุดในช่วงต้นสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับตัว น.ส.เจษฎา และ นายส่องศักดิ์ หรือไม่
- อ่าน พฤติการณ์สุดเหี้ยม แฉ ‘ไอ้เอ็ม’ เอาศพทารกยัด “เป้-ถุงปุ๋ย” 2ศพทิ้งข้างทาง
- อ่าน เจษฎา รับแล้ว ร่วม “เอ็ม ฆ่าโบกปูน” เอาศพลูก4คนไปทิ้ง เผยไทม์ไลน์
- อ่าน เปิดผลตรวจดีเอ็นเอ ทารก2ศพ คลี่คดี ‘เอ็ม’ พ่อโหด ฆ่าโบกปูนลูก2ขวบ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง น.ส.เจษฎา กับ นายส่องศักดิ์ ว่าเหตุใดเจ้าตัวจึงทนอยู่กับผู้ต้องหาได้ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ทั้งคู่รักกันมาก พบรักกันครั้งแรกบนขบวนรถไฟ ขณะนั้น น.ส.เจษฎา กำลังยกของไปวางบนชั้นวางของ และนายส่องศักดิ์ เข้ามาช่วยยก ก่อนจะคบหากันเรื่อยมา และนายส่องศักดิ์ ก็เริ่มใช้ความรุนแรง แต่ น.ส.เจษฎา ก็เลี่ยงไม่ได้เพราะกลัวถูกทำร้าย
หากนายส่องศักดิ์ ต้องการอะไรก็ต้องได้ แม้แต่รถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน น.ส.เจษฎา ก็ต้องดาวน์ และ น.ส.สุนัน ก็ต้องผ่อน ส่วนนายส่องศักดิ์ จะเป็นผู้ขับเพียงอย่างเดียว และภรรยาเป็นคนทำมาหากิน หาได้ 500 บาท จะได้ส่วนแบ่งจาก นายส่องศักดิ์ 100 บาท เท่านั้น
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า สำหรับการกระจายกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามคำให้การของตัวผู้ต้องหา ได้ขอความร่วมมือกับอดีตภรรยาทุกคนของ นายส่องศักดิ์ เพื่อขอข้อมูล เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ข้อมูลที่ได้มาตรงกันว่าตัวผู้ต้องหามีพฤติกรรมก้าวร้าว อดีตภรรยาบางคนที่มีลูกกับนายส่องศักดิ์ระบุว่า นายส่องศักดิ์ ไม่เคยดูแลส่งเสีย โดยฝ่ายหญิงจะต้องเป็นคนทำงานหาเลี้ยง ส่วน นายส่องศักดิ์ รอใช้เงิน แต่ไม่มีพฤติกรรมเล่นการพนัน และเสพยาเสพติด