สระบุรี ตำรวจสนธิกำลังจับยาบ้า 3 ล้าน 7 แสนเม็ด มูลค่ากว่า 74 ล้านบาท สารภาพดัดแปลงตัวรถขนยาเสพติด ต้นทางตะเข็บชายแดนอีสาน เตรียมส่งขายปลายทางกรุงเก่า
7 พ.ค. 67 – ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นายนิยม ช่างพินิจ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายบัญชา เชาว์รินทร์ ผวจ.สระบุรี

พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ทีมลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน เข้าสู่ ภาคกลาง โดยสามารถยึดยาบ้าได้ 3,700,000 เม็ดมูลค่ากว่า 74,000,000 บาท

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ภาค 1 /ขกท. /ภจว.สระบุรี /เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.แก่งคอย ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามาในพื้นที่ภาคกลางเพื่อนำส่งยัง อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยผู้ลำเลียงยาเสพติดคือ นายสำราญศักดิ์ หรือ เล็ก สมสุขะ อายุ 34 ปี ภูมิลำเนาจากจังหวัดสกลนคร โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ได้มีการลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ มุ่งหน้าพื้นที่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อ MG สีดำ หมายเลขทะเบียน ขง 8711 อุบลราชธานี (เป็นรถที่กำลังหลบหนีไฟล์แนนซ์) จึงได้ดำเนินการสะกดรอยติดตาม เมื่อนายสำราญศักดิ์ ขับมาจนถึงบริเวณริมถนนมิตรภาพ (ขาเข้า กทม.) หมู่ที่ 5 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถเข้าสกัด และได้จอดรถชิดขอบทางด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้น พบว่า นายสำราญศักดิ์ หรือ เล็ก สมสุขะ เป็นผู้ขับขี่ขนยาบ้า จากการตรวจค้นภายในรถพบยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 9 กระสอบ (จำนวนประมาณ 3,700,000 เม็ด) ซึ่งบรรจุอยู่ในห่อพลาสติกห่อใหญ่

โดยผู้ต้องหาได้ทำการดัดแปลงตัวรถ โดยการถอดเบาะนั่งด้านหลังออก และเบาะนั่งข้างคนขับ เพื่อที่จะบรรทุกได้มาก

สอบถาม นายสำราญศักดิ์ ยอมรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองที่ลำเลียงมาจากแนวตะเข็บชายแดนภาคอีสาน เพื่อที่จะนำมาส่งให้ลูกค้าในเขตภาคกลาง
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำนำตัว นายสำราญศักดิ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป