น้องสาว นักธุรกิจหนุ่ม ดับปริศนา ขอดูสำนวนการตายของพี่ หลังครอบครัวสงสัยถูกฆาตกรรมหรือไม่ พบศพดำคล้ำคล้ายถูกวางยา ตร.เรียกแพทย์ชันสูตร แจงเหตุเสียชีวิต
กรณีการเสียชีวิตปริศนาของ นายพิชิต (ขอสงวนนามสกุล) นักธุรกิจรายหนึ่ง ที่เสียชีวิตที่บ้านภรรยา หลังจากที่มาหาภรรยาที่บ้าน ไม่ทันข้ามวัน ซึ่งในวันเผาศพเปิดโลงออกมาดูพบ สภาพศพดำคล้ำ คล้ายถูกวางยา โดยน.ส.ณัฐปภัษร์ น้องสาว ออกมาร้องเรียนต่อทนายเดชา และโซเชียล เพื่อขอความเป็นธรรม ด้านตำรวจรับและเร่งดำเนินการสืบสวนให้กระจ่างขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อวันที่ 20 พ.ค.67 ที่สภ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม น.ส.ณัฐปภัษร์ อายุ 41 ปี น้องสาว และพระพ่อ ของนายพิชิตเดินทางเข้าพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูสำนวนของเจ้าหน้าที่เพื่อจะหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดของพี่ชายว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยก่อนเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ น.ส.ณัฐปภัษร์ จุดธูปที่ศาลพระภูมิของ สภ.ยางสีสุราช เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดทางให้ทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงของพี่ชาย
น.ส.ณัฐปภัษร์ กล่าวว่า ในวันนี้ที่มาที่สภ.ยางสีสุราช เพื่อต้องการติดตามการตายของพี่ชายเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์อื่น ต้องการมาตามหาความจริงและทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่ชาย มาติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายที่สืบทราบได้
ทำให้เราและครอบครัวของเราสงสัยว่าเป็นการฆาตกรรม โดยก่อนโดนยิงทางตำรวจสืบทราบว่า ข้อมูลเรื่องชู้สาวมีความขัดแย้งที่รุนแรง มีการนัดหมายพี่ชายออกไปที่ร้านเหล้า ซึ่งตรงนี้ต้องรอตำรวจสรุปสำนวน ในขณะเกิดเหตุพี่ชายออกจากร้านเหล้าแล้วมีมอเตอร์ไซค์ 2 คน ยิงเข้าที่รถ 4 นัด รอยยิงเหมือนมีการชี้เป้าพี่ชายก่อนที่จะออกจากร้าน แต่พี่ชายไม่ได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุพี่ชายไปแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง พี่ชายอายุ 44 ย่าง 45 เราทางครอบครัวมองว่าเป็นช่วงเบญจเพส แต่สุขภาพยังแข็งแรงดี ตอนที่ได้เจอกัน วันที่ 13 ก็เลยพาพี่ชายไปอาบน้ำมนต์ที่วัดทุ่งเศรษฐี ก็จะมีพระหลวงพ่อ มีญาติ ไปด้วยกันและมีการไปทานข้าว
พอได้รับการแจ้งข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิตทางครอบครัวก็เดินทางไปร่วมงานศพ ทางญาติถ่ายภาพศพของพี่ในวันเผา ก็พบว่าหน้าเขียว สภาพศพเขียวคล้ำ มือหงิกงอ และพบว่ามือถือหายในที่เกิดเหตุ ภาพต้นฉบับก็ส่งให้ทางตำรวจแล้ว ทางสัปเหร่อแจ้งว่าสภาพศพผิดปกติมากๆ มีอาการเขียวคล้ำ เล็บมือคล้ำ ซึ่งผิดจากการตายปกติทั่วไป ทำให้สงสัยว่าเป็นสาเหตุเกิดการฆาตกรรมเกิดขึ้น
“วันนี้ทางครอบครัวมาขอความช่วยเหลือจาก สภ.ยางสีสุราช ให้เมตตาช่วยเหลือ เรามั่นใจว่าทางตำรวจจะสามารถจับคนร้ายได้แน่นอน เพราะเราคิดว่าคนร้ายไม่ลงมือคนเดียว ตอนนี้อยากรู้ว่าพี่ชายตายด้วยสาเหตุอะไร อยากให้แน่ชัดทางญาติทางครอบครัวมีความกังวล ความรู้สึก ณ ตอนนี้ดีขึ้น อยากจะได้ความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชาย
หลังจากนี้ไม่กังวลแล้ว เพราะคิดว่าทางตำรวจเก่งสามารถตามจับคนร้ายให้เราได้แน่นอน หรืออย่างน้อยเราก็จะได้เห็นสาเหตุที่แท้จริงว่าพี่ชายตายด้วยสาเหตุอะไร ส่วนเรื่องทรัพย์สิน เราไม่ขอออกความเห็น ตอนนี้มาหาสาเหตุการตายของพี่ชาย” น.ส.ณัฐปภัษร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนที่พี่ชายเสียชีวิตทำไมทางครอบครัวถึงไม่ออกมาคัดค้านตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่ง ณ ตอนนั้นทางหลวงพ่อกับแม่พูดคุยกัน โดยทางตนกำลังสืบหาข้อมูลในเรื่องของคดีพยายามฆ่าอยู่ว่า มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ มีการพูดคุยกับทนาย ไปหาตำรวจที่ สน.วังทองหลางทุกวัน ซึ่งในวันที่ 15 เม.ย.67 ก็ไปส่งพี่ชายที่สนามบินและก็มาทราบว่าเสียชีวิตในวันที่ 16 เม.ย.
ในส่วนของการพิสูจน์หาสาเหตุการตายว่าพี่ชายถูกวางยาหรือไม่ ตรงนี้ไม่กังวล เพราะทางเราคิดว่าทางนิติเวชอาจจะมีวิธีการใหม่ๆ ที่จะหาสารพิษที่จะหลงเหลืออยู่ในกระดูก เพียงเล็กน้อยและจะได้ปรึกษากับทนายเดชาต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ สัตยาคุณ ผกก.สภ.ยางสีสุราช กล่าวว่า ทางน้องสาวผู้เสียชีวิตและพระพ่อเข้ามาขอพบ เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนให้กระจ่างขึ้น ซึ่งมอบหมายให้พนักงานสอบสวนสอบสวนน้องสาวของผู้ตายในเหตุที่น้องสาวสงสัยในหลายๆประเด็น
พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อคือในเรื่องของแพทย์ที่ชันสูตรวันแรก ก็จะให้แพทย์มาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ในรายละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิต และพยานแวดล้อมประกอบ
ตั้งแต่เรื่องที่ว่าโลงเย็นที่ใส่ศพครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพศพไปขนาดไหน และจะเพิ่มเติมในส่วนของพยานแวดล้อมว่าครั้งสุดท้าย ที่ผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ คนสุดท้ายที่อยู่ด้วยคือใคร ก็จะสอบปากคำทั้งหมดจริงๆก็สอบปากคำเกือบจะครบทุกปากแล้ว ทำต่อเนื่องมาเป็นเดือนแล้ว
ส่วนสภาพศพที่เขียวคล้ำเบื้องต้นตอนที่ชันสูตรยังไม่มีสภาพที่น่าสงสัย แต่หลังจากเกิดเหตุประมาณ 3 วัน ในวันเผาวันที่ 19 เม.ย. อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพทฤษฎี เพราะตอนนั้นอากาศร้อนมาก อีกทั้งมีการเปลี่ยนโลงเย็นด้วย ก็สอบถามกับนักวิทยาศาสตร์ พิสูจน์หลักฐานก็ได้รับคำตอบว่า เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่อาจทำให้สภาพศพเปลี่ยนแปลงไปได้ ที่ทำให้ศพคล้ำขึ้น
พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวต่อว่า โดยในคำให้การของพยานหลายๆ ปากให้การสอดคล้องกันว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายดื่มสุรา ส่วนคนอื่นที่อยู่ด้วยดื่มเบียร์ ซึ่งในสำนวนไม่ได้ระบุว่า ดื่มสุราไปกี่ขวด แต่ในสำนวนลงไว้ว่าเป็นสุรายี่ห้อหนึ่ง
ซึ่งทราบจากสื่ออื่นๆ ว่าดื่มสุราไป 3 แบน โดยดื่มระหว่าง 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืน โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรแล้ว สอบถามญาติแล้วว่า ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่ง ณ ตอนนั้นทางญาติไม่ติดใจ และไม่ประสงค์ที่จะส่งศพไปชันสูตร เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล
วันนี้ทางน้องสาวก็สบายใจขึ้น เพราะเราจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะจะทำให้ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง




