ดีเอสไอ นำกำลังบุกรวบ เจ้าของบริษัท ลอบนำเข้า รถหรู 25 คัน หลบเลี่ยงภาษี มูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดี
วันที่ 30 มิ.ย.2567 นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 ได้ร่วมกันจับกุม นางจิดาภา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ในฐานะนิติบุคคล บริษัทแห่งหนึ่ง และในฐานะส่วนตัว ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 935/2567 ลงวันที่ 6 มี.ค.2567
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้น ๆ ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บริเวณชั้นล่างใต้อาคารของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ดีเอสไอ นำกำลังบุกรวบ เจ้าของบริษัท ลอบนำเข้า รถหรู 25 คัน หลบเลี่ยงภาษี มูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาแล้ว รวมทั้งแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1)
ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบ รวมทั้งได้แจ้งพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และนายอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีพิเศษดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 24/2565 ของสำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ซึ่งมี พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ โดยบริษัทดังกล่าวได้นำเข้ารถหรู จำนวน 25 คัน ชำระภาษีอากรขาดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีดีเอสไอ รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว
ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยเฉพาะหมายจับที่ใกล้ขาดในอายุความ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
