สืบนครบาล รวบ “บลู สวนหลวง” อดีตครู ม.ต้น โรงเรียนดัง คาคอนโดหรูย่านถนนพัฒนาการ พบเป็นหัวจ่ายยาไอซ์ หากพอใจนัดสานสัมพันธ์แลกเสพ

วันที่ 20 ส.ค.2567 เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้ออกทำการสืบสวนจนพบข้อมูลว่าในคอนโดแห่งหนึ่งย่านถนนพัฒนาการตัดศรีนครินทร์ มี LGBT อดีตครูมัธยมต้นโรงเรียนชื่อดังหลังลาออกจากการเป็นครูมาซื้อคอนโดหรูลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ให้แก่ลูกค้า จึงได้วางแผนเฝ้าดูพฤติกรรม เพื่อเข้าทำการตรวจค้นจับกุม

ต่อมา เวลาประมาณ 13.30 น. วานนี้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ชุดปฏิบัติการที่ 5 นำกำลังไปเฝ้าจุดอยู่ที่คอนโดหรูใกล้แยกพัฒนาการตัดศรีนครินทร์

พบตัวนายบลู ตามข้อมูล ขณะกำลังนำถุงกระดาษต้องสงสัยลงวางเพื่อรอให้แก่ลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์ ) น้ำหนักรวมถุงประมาณ 1.7 กรัม บรรจุอยู่ภายในกล่องพัสดุ ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระดาษสีน้ำตาล

จากการซักถามปากคำนายบลู รับสารภาพว่าตนกำลังจะนำยาไอซ์ซึ่งตนอำพรางไว้ในกล่องพัสดุ ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระดาษสีน้ำตาล มาวางไว้ให้แก่ลูกค้าซึ่งได้มีการสั่งซื้อผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ พร้อมกับรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเพิ่มเติมว่า

บนห้องพักของตนยังมียาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ อุปกรณ์การแพ็กจำหน่ายซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง โดยตนรู้สึกสำนึกในความผิดที่ได้กระทำ จึงได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขึ้นไปตรวจค้นภายในห้องพักซึ่งอยู่ชั้น 20 ของคอนโด

รวบ "บลู สวนหลวง" อดีตครู ม.ต้น โรงเรียนดัง หัวจ่ายยาไอซ์ หากพอใจนัดสานสัมพันธ์แลกเสพ

รวบ “บลู สวนหลวง” อดีตครู ม.ต้น โรงเรียนดัง หัวจ่ายยาไอซ์ หากพอใจนัดสานสัมพันธ์แลกเสพ

จากการตรวจค้นพบของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี จำนวนหลายรายการ โดยมีของกลางสำคัญเกี่ยวกับคดี ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) จำนวน 89 ถุง น้ำหนักรวมทั้งหมด 644.7 กรัม หรือกว่าครึ่งกิโลกรัม (ลักษณะใส่ถุงเตรียมแบ่งขาย)

สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม เข็มฉีดยา จำนวน 141 เข็ม อุปกรณ์การเสพยาเสพติดและเครื่องชั่งจำนวนหนึ่ง กล่องพัสดุเปล่าสีน้ำตาล ถุงกระดาษสีน้ำตาล อุปกรณ์การจัดส่งต่างๆ ถุงพลาสติกใสแบบกดปิด ดึงเปิด สำหรับบรรจุยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และพยานหลักฐานอื่นๆ อีกหลายรายการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์ ) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย ” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าลิฟต์คอนโดแห่งหนึ่ง ต่อเนื่อง ภายในห้องพักชั้น 20 ในคอนโด ถ.ศรีนครินทร์ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

ในขั้นจับกุม จากการซักถามนายบลู สวนหลวง ให้การว่าเดิมทีตนมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนดังแห่งหนึ่งย่านใจกลางกรุง รับราชการครูอยู่ประมาณ 3 ปี ต่อมาประมาณปี 2562 ตนหลงไปคบหากับคู่ขาซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดจนติดยาเสพติด (ยาไอซ์) จากนั้นจึงได้ลาออกจากการเป็นครู เริ่มมาขายยาไอซ์ควบคู่กับการเสพ

โดยขายผ่านไลน์ส่วนตัวซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 99 เปอร์เซ็นต์จะเป็นกลุ่ม LGBT ซึ่งมีการแนะนำกันให้มาสั่งซื้อกับตนผ่านการแอดไลน์ส่วนตัว โดยเมื่อลูกค้ามีการสั่งยากับตนผ่านไลน์ ตนจะแพ็กยาไอซ์ลงในกล่องพัสดุอำพรางด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลอีกชั้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต จากนั้นตนจะนำพัสดุไปวางไว้บริเวณจุดวางพัสดุใต้คอนโดที่พักและถ่ายภาพ จากนั้นจะเรียนใช้บริการไรเดอร์วิ่งงานให้มารับพัสดุไปส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่ง

ที่ผ่านมาจากการขายยาเสพติดมีเงินหมุนเวียนในบัญชีเดือนละกว่า 600,000 บาทต่อเดือน จนเมื่อช่วงปลายปี 2567 คู่ขานักค้ายาเสพติดของตนได้เสียชีวิต ตนจึงหันไปหาคู่ผ่านแอปหาคู่กลุ่ม LGBTเพื่อมามีความสัมพันธ์กับตนโดยแลกกับการที่ตนให้เสพยาไอซ์ฟรี

ทั้งนี้ ในขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบคู่ขาของ นายบลู สวนหลวง จำนวน 2 คน ที่เดินทางมาเสพยาไอซ์เพื่อแลกกับการมีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสารเสพติดในร่างกายเบื้องต้นและส่งตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่โรงพยาบาลของรัฐ

ปรากฏผลการตรวจเป็นบวก จึงได้จับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน “ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในคราวเดียวกัน

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า สืบนครบาลเรามุ่งเน้นปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมรายสำคัญในพื้นที่ให้หมดไปอย่างจริงจัง โดยใช้มาตรการการปราบปรามอาชญากรรมองค์กรอย่างเข้มงวดเชิงรุกทุกรูปแบบ ซึ่งนับว่าเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมอื่นๆที่จะตามมา อันสร้างความเดือดร้อนและสร้างความเสียหายต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เป็นวงกว้าง

ขอฝากเตือนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาด นอกจากจะทำให้ชีวิตตนเองเดือดร้อนแล้ว คนในครอบครัวต้องทุกข์ใจต้องมาดูแล จึงขอฝากบอกน้องๆ เยาวชนทุกคน ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น เราสามารถหยุดมันได้ กลับตัวกลับใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเชื่อว่าครอบครัวและบ้าน คือสถาบันและสถานที่ที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน