สืบตม.1 รวบหนุ่มแทนซาเนีย อ้างเป็นผู้มีอิทธิพล โชว์โปรไฟล์รูปคู่ผู้นำต่างประเทศ ลอบเปิดโรงงานซุกต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย พบประวัติก่อเหตุอื้อ

วันที่ 12 ก.ย. 2567 พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สืบสวน พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ พ.ต.ต.ปิยะณัฐ รัตนเพียร พ.ต.ต.ภัทรโชติ ฉัตรทวีศักดิ์ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมชุดปฏิบัติการธนบุรี

ร่วมกันจับกุมตัว นายโมฮัมเหม็ด สุไลมาน คิโลดา อายุ 41 ปี สัญชาติแทนซาเนีย ในข้อหา “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือที่มีสิทธิที่จะทำได้ (ขายของหน้าร้าน )” และนายอมาร์ อัล มูดีฮ์ โมฮัมเหม็ดอายุ 39 ปี สัญชาติซีเรีย ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือที่มีสิทธิที่จะทำได้ (ขายของหน้าร้าน)”

จับกุมได้ที่ร้านขายเสื้อผ้า ชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นของ นายโมฮัมเหม็ด ภายในอาคาร แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้มีข้อมูลว่า นายโมฮัมเหม็ด ยังมีพฤติการณ์แอบอ้างโดยการขอถ่ายภาพกับผู้นำในต่างประเทศ หรือคณะวีไอพีที่เดินทางมาประเทศไทย เพื่อใช้แอบอ้างว่าเป็นผู้มีอิทธิพล

รายงานข่าวแจ้งว่า นายโมฮัมเหม็ด มีการเข้าไปขอพบรัฐมนตรีประเทศแทนซาเนีย ซึ่งเป็นคณะวีไอพี เพื่อขอถ่ายรูปบริเวณภายในล็อบบี้โรงแรม ย่านสุขุมวิท แต่ถูกการ์ดกันไว้ และนายโมฮัมเหม็ด ได้หลบหนีไป

ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังเป็นบุคคลอันตราย มีประวัติการใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีการนำผู้หญิงแทนซาเนียมาขายบริการทางเพศ และส่งเงินกลับประเทศ โดยมีการหักค่าหัวคิว ส่วนตัวนายโมฮัมเหม็ด มีลูก และเมียหลายคน พูดภาษาไทยได้ชัดเจนด้วย

จากการสืบสวนทราบว่า นายโมฮัมเหม็ด เปิดร้านขายเสื้อผ้า ย่านประตูน้ำ และมีโรงงานอยู่ย่านบางบอน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบยังร้านขายเสื้อผ้า จนพบตัวนายโมฮัมเหม็ด และนายอมาร์ ลูกจ้าง จึงขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบว่ามีการขออยู่ต่อประเภทธุรกิจ Non-B ที่บริษัท เทอร์โบ เจอเนอรัล เทรดดิ้ง จำกัด ทำหน้าที่ผู้จัดการตลาด จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท

ต่อมา ได้สืบสวนขยายผล จนทราบว่า มีการลับลอบนำบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และเข้ามาทำงานบริเวณอาคารพาณิชย์ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับการสกรีนเสื้อผ้าชื่อ บริษัท เอสเค เอ็กซ์พอร์ต จำกัด ซ.พระยามนธาตุ แยก 17 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. ซึ่งมีนายโมฮัมเหม็ด เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท

ขณะเข้าตรวจสอบพบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 9 ราย ที่กำลังทำงานอยู่ เมื่อขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ผู้ต้องหารายที่ 1 ครบกำหนดเดินทางกลับวันที่ 13 ก.พ.2566 ซึ่งอยู่เกินมาเเล้ว 577 วัน

ส่วนรายที่ 2 ครบกำหนดวันที่ 29 เม.ย.67 อยู่เกิน 135 วัน และยังตรวจพบผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาอีก 7 คน ลักลอบเข้าเมืองมาโดยผิดกฏหมาย ซึ่งทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตการขอทำงานแต่อย่างใด โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดสัปดาห์ละ 2,100 บาท ซึ่งอาศัยอยู่อาคารนี้มาเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีต่างในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และ “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาเเละอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” จำนวน 7 ราย

แจ้งข้อหาเพิ่มเติมนายโมฮัมเหม็ด ในฐานะกรรมการบริษัทฯ ในข้อหา “รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน โดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน” นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน