รองผบช.น.แถลงจับสันติ อดีตนักมวย อ้างติดยาเสพติด ยิงเปิดทางเพื่อหลบหนี ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร พบประวัติก่อเหตุต่อเนื่อง หนีคดี 4 หมายจับ ลั่นถ้าพบลูกแล้วจะมอบตัวแต่โดนจับก่อน
วันที่ 7 ต.ค.2567 ที่สน.บางซื่อ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายสันติ เจ๊ะอะหลี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุจำเป็น, ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยจับกุมได้ที่บริเวณด่านตรวจของ สภ.โพธิ์กลาง ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าขาเข้า บริเวณปากทางเข้าบ้านคลองกระบือ หมู่ 7 ต. โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ตำรวจได้สืบสวนติดตามจากกล้องวงจรปิด พบว่าก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีข้ามถนนวิภาวดีมายังฝั่งอาคารตลาดหลักทรัพย์ แล้วเดินทางไปที่แฟลตห้วยขวาง เพื่อไปเอาเงินที่ฝากไว้กับเพื่อนกว่า 27,000 บาท จากนั้นได้เปลี่ยนชุดเป็นพนักงานส่งอาหาร สวมหมวกนิรภัยสีดำเต็มใบ เดินออกมาปากซอยประชาสงเคราะห์ 30

ก่อนจะนั่งวินรถจักรยานยนต์มาที่ซอยรามคำแหง 53 จากนั้นเดินเท้ามาตามถนนเลียบคลองแสนแสบมาถึงซอยรามคำแหง 65 และเดินทางต่อเนื่องไปถึงซอยลาดพร้าว 112 จึงได้ถอดชุดพนักงาน ส่งอาหารทิ้ง แล้วนั่งรถยนต์แท็กซี่ไปที่จังหวัดปทุมธานี รอจนเช้าจึงนั่งแท็กซี่ไปหาที่พักย่านรังสิต คลอง 4 พักจนเย็นจึงนั่งแท็กซี่ มาที่ห้องพักรายวันในพื้นที่อ.วังน้อย พักอยู่อีกประมาณ 2 วันจึงหาเหมารถแท็กซี่ 8,000 บาท เพื่อหลบหนีไปยังภาคอีสาน
จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายจะเดินทางไปยังภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิด จึงได้ประสานไปยัง เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจต่างๆ ตามเส้นทางการหลบหนี กระทั่งสภ.โพธิ์กลาง ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พบรถแท็กซี่ต้องสงสัย และขอเข้าทำการตรวจค้น ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจติดตามจับกุมไว้ได้ พร้อมอาวุธปืนลูกโม่ 1 กระบอก กระสุนปืน .38 จำนวน 15 นัด ตรวจค้นกระเป๋าในแท็กซี่ พบอาวุธปืนกึ่งออโตเมติก 9 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 17 นัด
จากการตรวจสอบนายสันติ พบมีหมายจับติดตัวจำนวน 4 หมาย 1.หมายจับศาลจังหวัดอำนาจเจริญ (หนีประกันศาล) ความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานฯ 2.หมายจับศาลอาญา (สน.เตาปูน) ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 3.หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น (สภ.เมืองขอนแก่น) ความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานฯ และ 4.หมายจับศาลอาญา (สน.บางซื่อ) ความผิดฐาน พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตาม หน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่

ตรวจสอบประวัติพบว่านายสันติ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ต่อเนื่องในหลายท้องที่ 14 ก.ย. 67 ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม (เงินสด 30,000 บาท) 16 ก.ย. 67 ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.เมืองขอนแก่น (เงินสด 900 บาท, สุรา 1 ขวด) 18 ก.ย. 67 เวลา 12:00 น. ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชศรีมา (14 รายการ สร้อยคอทองคำ, ทองรูปพรรณ, เงินสด มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท) และในวันเดียวกัน (กลางคืน) ไปก่อเหตุบุกรุกเคหะสถานในพื้นที่ สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก่อเหตุลักทรัพย์ฯ ในห้องพัก แต่ถูกพบเลยหลบหนีไป และ วันที่ 27 ก.ย. 67 ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่สน.เตาปูน
สอบสวน นายสันติ ให้การรับสารภาพว่า ติดยาเสพติด ต้องการเงินเพื่อมาเสพยา และได้ยืนยันว่าวันเกิดเหตุได้หลบหนีเอง ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากการลักทรัพย์จะเอาเงินหรือทรัพย์สินไปฝากไว้กับภรรยา เพื่อให้ภรรยาแปลงทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ ส่วนภรรยาไม่ได้ร่วมก่อเหตุด้วย ที่เอาปืนจี้ตำรวจหลบหนีเกิดจากความเครียด เพราะมีการทะเลาะกันกับผู้ต้องหามาโดยตลอด สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนายสันติอ้างว่าได้มาจากเพื่อน แต่จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่าอาวุธปืน เป็นปืนที่ได้มาจากการขโมยมา เจ้าหน้าที่จะส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป

นอกจากนี้ นายสันติยังรับสารภาพอีกด้วยว่า สาเหตุที่หลบหนีไปยังจังหวัดยโสธร เพื่อที่จะไปพัก และต้องการเดินทางต่อไปยังจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อต้องการพบลูกอีกครั้ง หลังจากนั้นจะติดต่อขอเข้ามอบตัว แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน ส่วนที่ต้องยิงตำรวจในวันเกิดเหตุนั้น นายสันติอ้างว่า ได้วิ่งหลบหนีตำรวจเกือบสุดทาง และเหนื่อย จึงต้องการหยุดยั้งไม่ให้ตำรวจติดตามตัวได้ ส่วนที่เข้าบ้านผู้เสียหายนายสันติได้อ้างตัวเป็นตำรวจ เพราะต้องการหาน้ำกินเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะคุมตัวนายสันติส่งไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ และฝากขังในวันพุธ 9 ต.ค.ต่อไป
โดยระหว่างควบคุมตัวนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงจากตัวนายสันติว่า เหตุผลในการก่อเหตุคืออะไร และได้ร่วมมือกับภรรยาในการวางแผนหลบหนีหรือไม่ แต่นายสันติไม่ตอบคำถามใด ๆ กับผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ก่อนที่นายสันติจะนำตัวเข้าห้องสอบสวน นายสันติได้พูดสั้น ๆ ว่า “ไม่ตั้งใจทำร้ายใคร” โดยผู้สื่อข่าวสังเกตสีหน้าของนายสันติพบว่า มีสีหน้าที่เรียบเฉย แววตาตึงเครียด ที่หน้าผากข้างขวาแปะผ้าก๊อตทำแผลไว้