หนุ่มคลั่งไล่ฆ่าสาวทอม ฟันไม่ยั้งดับคาที่ แฟนสาวรอดตายหวุดหวิด ตำรวจไล่ล่าตัว ก่อนจับกุมได้
วันที่ 19 พ.ย.67 ร.ต.อ.(หญิง) รมย์ธีรา สุวรรณพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต ในพื้นที่หมู่ 5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ช้างกลาง, ตำรวจชุดสืบสวน, แพทย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.ธีรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นสาวทอม นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต สภาพถูกฟันศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ แขนมีบาดแผลถูกฟันจนเหวอะหวะ
นอกจากนี้ยังพบ น.ส.อริสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี แฟนสาวของ น.ส.ธีรวรรณ อยู่ในสภาพตกใจสุดขีดและอยู่ในอาการโศกเศร้า ซึ่ง น.ส.อริสา ได้วิ่งหลบหนีขณะเกิดเหตุจนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคนร้ายคือ นายชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เพื่อนบ้าน หลังก่อเหตุ นายชัยวัฒน์ ได้ขี่รถจยย.ฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน ขธจ-36 นครศรีธรรมราช หลบหนีไปทันที
จากการสอบปากคำพยานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็น นายชัยวัฒน์ ถือมีดพร้าวิ่งไล่ตาม น.ส.ธีรวรรณ และ น.ส.อริสา ออกมาจากสวนยางในบริเวณดังกล่าว โดย น.ส.ธีรวรรณ วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ส่วน น.ส.อริสา วิ่งหนีไปทางอื่น ปรากฏว่า นายชัยวัฒน์ ตาม น.ส.ธีรวรรณ มาทันที่หน้าบ้านแล้วใช้มีดฟันจน น.ส.ธีรวรรณ เสียชีวิตคาที่
ขณะที่ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ระบุว่า ขณะนี้ได้ส่งกำลังตำรวจออกไล่ล่าตัว นายชัยวัฒน์ อย่างกระชั้นชิด ซึ่งระหว่าง นายชัยวัฒน์ กับ น.ส.ธีรวรรณ เคยมีเรื่องกันมาก่อน กระทั่งในวันนี้ทราบว่า นายชัยวัฒน์ เข้าไปในสวนยางที่ น.ส.ธีรวรรณ กับ น.ส.อริสา ไปกรีดยาง แล้วมีปากเสียงกัน ก่อนที่ นายชัยวัฒน์ จะใช้มีดพร้าไล่ฟันทั้ง 2 คน จน น.ส.ธีรวรรณ เสียชีวิต
ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องโกรธแค้นส่วนตัว และจากคำบอกเล่าจากญาติของ นายชัยวัฒน์ พบว่าเคยมั่วสุมเสพยาเสพติด แต่ไม่เคยมีอาการคลุ้มคลั่ง อย่างไรก็ตามหลังเจ้าหน้าที่ได้ออกไล่ล่าตัว นายชัยวัฒน์ ประมาณ 3 ชม.ก็สามารถจับกุมตัวได้ในท้องที่ สภ.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมรถจยย.ที่ใช้เป็นพาหนะ ก่อนนำตัวมาสอบปากคำ
เบื้องต้น นายชัยวัฒน์ ให้การรับสารภาพ แต่บอกว่าจำไม่ได้ว่าฟันไปกี่ครั้ง ส่วนสาเหตุนั้นไม่บอกว่ามาจากเรื่องใด หลังจากนี้จะได้นำตัวไปชี้จุดก่อเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป