หนองบัวลำภู เกิดเหตุสะเทือนขวัญ ยิงดับ 3 ศพ อาสากดเงิน คนพิการรายเดือนให้เหยื่อ เห็นเงินดิจิทัลแล้วโลภ กดมาใช้หน้าตาเฉย โกรธเจ้าของบัตรแจ้งตำรวจ บุกถล่มยิงเหยื่อ-ลูกสาว พ่วงคนพาแจ้งความ จนท.ระดมกำลัง ปูพรม เดินหน้าไล่ล่า กดดัน ให้มอบตัว ศาลออกหมายจับตาสุดอันตราย

28 พ.ย. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญ มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต รวม 3 ศพ บ้านเลขที่ 236 หมู่ที่ 2 บ้านตะเคียนทอง ตำบลโนนม่วง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

ที่เกิดเหตุ มีผู้ถูกยิง เสียชีวิตอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบ้านพัก ของผู้ตาย มีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง บนร่างกาย และที่ศีรษะเลือดไหลนอง ทราบชื่อภายหลังคือ นายปรีชา หรือที่เพื่อนบ้านเรียกว่า หล่อย เพียใหม่ อายุ 54 ปี และยังพบว่า มีผู้ถูกยิง อีก 1 รายเป็นหญิง ชื่อนางสาว วชินี เพียใหม่ อายุ 28 ปีลูกสาวของนายปรีชา ถูกยิงที่ศีรษะอาการเป็นตายเท่ากัน กู้ชีพ โนนม่วง นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีบุญเรือง

น้องสาวของผู้ตาย ซึ่งเป็นน้า ของน.ส.วชินี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุช่วงเช้า ตนเห็น นายสามารถ หรือมั่ง ที่พักบ้านโจด อายุ 58 ปี เพื่อนบ้านกัน และรู้จัก สนิทสนมกับ นายปรีชาเป็นอย่างดี ได้มาหาและพูด จาถกเถียงกันเสียงดังเกี่ยวกับเรื่อง ที่นายสามารถ ไปกดเงินคนพิการ ให้ นายปรีชาผู้ตาย แล้วเห็นเงินดิจิตอลจำนวน 10,000 บาทถูกโอนเข้ามา จึงแอบกดเอาไปใช้

โดยนายปรีชา เพิ่งทราบเรื่อง เมื่อวานนี้ จึงได้ไปทวงถามจนเกิดเหตุทะเลาะ กันรุนแรง นายปรีชาจึงไปแจ้งความ ที่ สภ.ศรีบุญเรือง โดยตำรวจเจ้าของคดีนัดให้ทั้งสองฝ่าย คือนายปรีชากับนายสามารถไปพูดคุยตกลงกัน แต่นายสามารถกลับมาหานายปรีชา ตั้งแต่ 6 โมงเศษ

หลังจาก ถกเถียงกันประมาณ 20 นาที จู่ๆ นายสามารถ ชักปืนออกมายิง นายปรีชา ตนได้ยินเสียงประมาณ 3 นัด และหันไปยิง น.ส วชินี ลูกสาวนายปรีชาที่ยืนอยู่ใกล้กัน แต่ตนจำไม่ได้ว่ากี่นัดเนื่องจาก นายสามารถหันปืนมาทางตนพร้อมกับประกาศจะฆ่าให้ตายทั้งหมด

ตนจึงวิ่งเข้าบ้านปิดประตู ก็ไม่ทราบว่า นายสามารถหนีไปทางไหน จนเพื่อนบ้านวิ่งมาดูและโทรเรียก 1669 มารับ จึงรู้ว่าพี่ชาย เสียชีวิตคาที่ ส่วนหลานสาวอาการสาหัส ภายหลังตนทราบว่า หลังจากก่อเหตุยิงพี่ชายของตนกับหลานสาว ของตน แล้ว ยัง ไปก่อเหตุ ยิงชายคนหนึ่งที่บ้านฝายหิน หมู่ที่ 6 ตำบลโนนม่วง ซึ่งห่างจากบ้านของตนประมาณ 2 กิโลเมตรเสียชีวิตอีกรายหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ ถนนในหมู่บ้าน ฝายหิน ซึ่งรับแจ้งว่ามีเหตุถูกยิงเสียชีวิตอีกรายหนึ่ง พบศพนาย ถาวร แวดไธสง อายุ 66 ปี เป็น ชรบ.หมู่บ้าน ฝายหิน ถูกยิงเสียชีวิตนอนคว่ำหน้า อยู่บนถนน ห่างจากบ้านพักของตนเอง ประมาณ 20 เมตร ข้างกันพบไม้กวาดทางมะพร้าวตกอยู่

ลูกสาวของนายถาวรซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ยืนห่างจากพ่อ ประมาณ 5 เมตร เล่าว่า นายสามารถผู้ก่อเหตุจอดรถทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งห่างจากบริเวณที่พบศพ ประมาณ 50 เมตร แล้วเดินมา ลงมือยิง โดยไม่พูด อะไรเลย นัดแรกโดนที่ ลำตัว พ่อของตนล้มลง นายสามารถเข้าไปจ่อยิงที่ศีรษะอีก 2 นัด ก่อนจะหลบหนีไป

ตนตกใจร้องให้คนช่วย เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียง จึงพากันวิ่งมา ก็ไม่พบว่านายสามารถผู้ก่อเหตุหลบหนีไปทางไหน เมื่อเพื่อนบ้านเข้าไปดูก็พบว่า นายถาวรบิดาของตนเสียชีวิตคาที่เนื่องจาก ถูกยิงที่ศีรษะอย่างจัง

บุตรสาวของนายถาวร ยังเล่าต่อไปว่า นายถาวร จะออกมากวาดถนนหน้าบ้านทุกเช้าก่อนที่พระจะ มาเดินบิณฑบาต เพื่อให้ถนนสะอาดถือเป็นการทำบุญ ตามความเชื่อว่า การกวาดถนนให้พระเดิน จะได้บุญแรง นายถาวรจึงปฏิบัติ เรื่อยมา

สำหรับสาเหตุ ที่นายสามารถมาก่อเหตุตนคาดว่า เกิดจากความอาฆาตแค้นที่เมื่อเดือนที่แล้ว บิดาของตน ได้ไปยึดเอาทรัพย์สินส่วนหนึ่ง มาจากบ้านของนายสามารถ เนื่องจากลูกบ้าน ขโมยของแล้ว เอาไปขายให้กับนายสามารถ บิดาของตนกับ ชรบ.อีกคนหนึ่ง ตามไปยึดเอามา ภายหลังพบว่า มีการ ไม่กินเส้นกัน ระหว่างบิดาของตนกับนายสามารถ แต่นั้นมา

ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า นางสาววชิณี ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยเบื้องต้นพบแผลถูกยิงที่ใบหน้า จำนวน 1 นัด ส่วนตามร่างกาย ยังไม่ได้รับแจ้ง

ผู้สื่อข่าวเดินทางกลับไปที่ บ้านตะเคียนทองจุดเกิดเหตุครั้งแรก เนื่องจากได้รับทราบว่าเจ้าหน้าที่กำลัง สอบปากคำเบื้องต้นกับภรรยาของนายสามารถ เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าที่บ้านของนายสามารถ ที่บ้านเลขที่ 185 หมู่ที่ 2 บ้านตะเคียนทอง นางจุ๋ม ซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2 ของนายสามารถ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นายสามารถโทรศัพท์มาหาตน เพียงแต่เล่าว่าได้ก่อเหตุ ยิงเพื่อนบ้าน รวม 3 ศพ

สำหรับสาเหตุนั้นโกรธแค้นเรื่องที่ ถูกผู้ตาย แจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่ได้พูดจาประนีประนอมกันแล้วว่าจะคืนเงินให้ แต่นางเล็ก น้องสาวอีกคนหนึ่งของนายปรีชา หรือหล่อย ได้มีปากเสียงกับสามีของตนอย่างรุนแรง ทั้งยัง ยุให้ พี่ชายคือนายปรีชา ไปแจ้งความ จนตำรวจมีหมายมาให้ไปพูดจาตกลงกัน สามีของตนโกรธแค้นจึงลงมือ สังหาร

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสามารถจะเข้ามอบตัวหรือไม่ นางจุ๋ม บอกว่า สามีบอกว่า จะมอบตัว แต่ขอเวลาทำใจหน่อย ทั้งบอกว่าขอเวลาเคลียร์ กับนางเล็กก่อน เนื่องจาก ช่วงก่อเหตุเมื่อเช้า นางเล็กไม่อยู่ ไปลำ (ประกอบอาชีพหมอลำ) อยู่ในพื้นที่อื่น จึงรอดตายไป

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แล้วมีความโกรธแค้นอะไรกับนายถาวร จึงตามไปยิงทิ้ง นางจุ๋ม เล่าให้ฟังว่า นายถาวร ตามมายึดเอาของที่บ้าน ที่สามีตนซื้อจากลูกหลานของนายถาวร โดยอ้างว่า สามีตนซื้อของโจร สามีก็คืนให้แต่โดยดีพร้อมกับขอเงินคืนที่ซื้อของไป เนื่องจากไม่รู้ว่าเป็นของที่ขโมยมา จำนวน 1,000 บาท แต่นายถาวรบอกว่า สามีของตนรับซื้อของจนมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าเกิดไปแจ้งความ ก็จะต้องถูกดำเนินคดี สำหรับ เงินที่อ้างว่าซื้อมา 1,000 บาทนั้นนายถาวรไม่คืน

แต่ที่เจ็บใจหนักคือ เมื่อวานนี้ นายถาวร เป็นเจ้ากี้เจ้าการ พานายปรีชา ไปแจ้งความที่โรงพัก อำเภอศรีบุญเรือง สามีของตนเองตามไปจัดการ กับนายถาวรอีกรายหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มีข่าวว่า นายสามารถ คลั่งยา จริงหรือไม่ นางจุ๋มบอกว่า สามีไม่เสพยาเสพติด ไม่แม้แต่สูบบุหรี่ ทั้งไม่เป็นคนกินเหล้าพร่ำเพรื่อ และยังบอกว่า สามีเกลียดคนเสพยามาก

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านหลายคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ว่า นายสามารถไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผู้สื่อข่าว สอบถามต่อว่า กลัวมั้ยว่า นายสามารถจะ ฆ่าตัวตาย เนื่องจากจนตรอกนางจุ๋มตอบว่าตนก็กลัวเช่นกัน เพราะนายสามารถไม่มีใครอีกแล้ว ลูกเต้าก็ตัดขาดไม่ไปมาหาสู่ สร้างความเสียใจให้กับนายสามารถอย่างยิ่ง อาจเป็นไปได้ที่นายสามารถจะฆ่าตัวตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ นำตัวนำศพทั้งสองศพที่อยู่บ้านฝ่ายหินและบ้านตะเคียนทอง ไปรวมกับศพนางสาววชิณี ที่โรงพยาบาล อำเภอศรีบุญเรือง และจะนำศพทั้ง 3 ไป ผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567

oplus_0

กระทั่งเวลาต่อมา นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เข้ารับฟังรายงานจาก นายประสิทธิ์ มหาวงศ์ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด หนองบัวลำภู ชุดไล่ล่า ติดตามจับกุม ซึ่งเป็นการประสานงานร่วมระหว่างตำรวจ จากสภ.ศรีบุญเรือง สภ.นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู สภ.เอราวัณจังหวัดเลย และชุด ชรบ. จากหลายหมู่บ้าน

หลังจากที่ออกทำการสกัด ติดตาม ไล่ล่า ผู้ก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงเช้า ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบผู้ก่อเหตุ ไปขอน้ำดื่ม ในพื้นที่ต่างๆ จึงได้จัดชุดไล่ล่าออกตรวจสอบ แต่ไม่พบตัว คงมีชาวบ้าน 2 รายยืนยันว่าได้พบ ผู้ก่อเหตุ มาขอน้ำดื่มที่ ที่พักสงฆ์แห่งหนึ่ง ที่ภูกระแตเขตพื้นที่ ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู

ซึ่งจากการตรวจสอบ จาก gps ในโทรศัพท์มือถือ โดยชุดสืบจาก ตำรวจภูธรภาค 4 พบว่ามีการ ใช้โทรศัพท์ ติดต่อหาภรรยา ทั้งสองคนในช่วงประมาณ 08.00 น และ 10.00 น. และมีการติดต่อกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ในพื้นที่บ้านนาสำราญ ตำบลหนองกุงแก้ว อำเภอศรีบุญเรือง ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า นายสามารถ หรือมั่ง ที่และมีอาณาเขตติดต่อกับ สวนป่า นับร้อยไร่ จึงตั้งจุดสกัด ตามเส้นทางที่คาดว่าสามารถ ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งจัด ชุดลาดตระเวน ทางเท้า และใช้ โดรน บินวนเวียนตรวจสอบในพื้นที่น่าสงสัย แต่เนื่องจาก รัศมีพิกัดที่จับได้จาก gps มีรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร จึงยังไม่ได้พบตัว

ทั้งนี้ระดมกำลังจนท.กว่า 400 นาย ทั้งตำรวจและชุด ชรบ.ฝ่ายที่พักบ้านโจด ผู้ก่อเหตุยังคงวนเวียนอยู่ บริเวณภูกระแต ซึ่งมีภูมิประเทศ เป็นป่าอ้อยขนาดใหญ่ เนื้อที่หลายร้อยไร่ โดยตั้งชุด กองอำนวยการร่วม ที่โรงเรียนบ้านภูพระ โนนผักหวาน ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลางจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่าง ผู้ปฏิบัติ ทุกชุด และหาแนวทาง ดำเนินการกดดัน ไล่ล่า เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เนื่องจาก ทางเจ้าหน้าที่เกรงว่า นายสามารถผู้ก่อเหตุจะย้อนรอยกลับไป ดักซุ่มสังหาร นางเล็ก น้องสาวอีกคนหนึ่ง ที่มีอาชีพหมอลำ

ตามที่ได้รับรายงาน นายเพทาย จรกระโทก นายอำเภอศรีบุญเรือง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ใช้กำลังพลเดินเท้า ไล่ล่าตรวจสอบ ตั้งแต่ช่วงประมาณ 10.00 น. จนกระทั่งถึงช่วง 17.00 น เนื่องจากช่วงเริ่มหน้าหนาว อากาศมืดเร็ว จึงสั่งให้มีการตั้งจุดซุ่มและสกัดตามเส้นทาง ที่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ทุกจุด

โดยให้ชุดชรบแต่ละหมู่บ้าน ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เฝ้า คอยระวังป้องกัน กดดันไม่ให้นายสามารถ เคลื่อนไหวได้โดยอิสระ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้ออกหมายจับ นายสามารถ ที่พักบ้านโจด อายุ 58 ปี แล้วตั้งแต่เวลา 15:00 น ของวันนี้ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567

แหล่งข่าวที่ยืนยันว่า นายสามารถ นอกจากจะมีอาชีพซ่อมรถจักรยานยนต์แล้ว ยังมีอาชีพ รับจำนำปืน และมีปืนที่มีผู้มาจำนำไว้อยู่ในครอบครอง หลายกระบอก ทั้งขนาด 11 มมขนาดจุด 38 และขนาด 9 มม โดยเฉพาะขนาด 9 มม น่าจะ เป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุในวันนี้เนื่องจาก ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บปลอกกระสุน ขนาด 9 มมพารา ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุได้จำนวน 2 ปลอก ซึ่งจัดว่านายสามารถ คนนี้เป็น ผู้เฒ่าอันตราย

นอกจากนี้ยังมีอาชีพเล่นการพนัน ชนไก่ จึงมีเพื่อนฝูงในแวดวงพนัน โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดที่กบดาน ทางเจ้าหน้าที่พบว่ามีเพื่อนสนิทจำนวน 3 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัด ชุดเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันมิให้ นายสามารถหลบเข้ามาพักอาศัย ในบ้านเพื่อน หรือสถานอื่นใดเช่นโรงเรียน สำนักสงฆ์ หรือวัด ในพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังจับตามอง ไปที่ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง ซึ่งมีความ สนิทสนมกับนายสามารถ หลังจากที่พบว่า บ้านพักของ บุคคล คนนี้ปกติ จะมีพ่อแม่ลูกหลานทั้งครอบครัวอาศัยพักอยู่ แต่จากการเข้าไปตรวจสอบที่บ้านหลังนี้ไม่ปรากฏว่า มีผู้พักอาศัยอยู่แม้แต่คนเดียว เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่า บุคคลนี้พาครอบครัวไปพักอาศัยอยู่ที่ใด ด้วยสาเหตุใด เกี่ยวข้องกับนายสามารถหรือไม่

จนถึงเวลา 21.00 น. ก็ยังไม่มีร่องรอยว่า นายสามารถจะปรากฏกาย หรือเข้ามอบตัวแต่อย่างใด สำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของนายสามารถเจ้าหน้าที่พยายามโทร แต่พบว่า ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าจะ ปิดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบถิ่นที่อยู่ได้

ล่าสุด จนท.เผยว่า ได้พบตัวน้องสาวนายปรีชา คือนางเล็ก ที่ภรรยานายสามารถบอกว่าสามีตนอาฆาตแค้นมากเนื่องจากเป็นมือที่สามระหว่างนายสามารถกับนายปรีชาผู้ตายไม่สามารถเคลียร์กันได้ลงตัวจนนำไปสู่การสังหารทั้ง3 ศพ โดยทาง ตำรวจได้นำตัวนางเล็กไปพักอาศัยในพื้นที่การดูแลของตำรวจที่ ตำรวจภูธรภาค 4

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน