หนังคนละม้วน! ทนายโต้ ราชทัณฑ์ ยัน ผกก.โจ้ ไม่สมัครใจขอขังเดี่ยว-ไม่ป่วยจิตเวช ย้ำไม่เป็นความจริง ยันไม่มีความเครียด-ไม่กังวลนำสู่ทำร้ายตัวเอง แจงย้ายแดนขัง-ห้องขังแยก ตามคำสั่ง ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ต้นเหตุถูกจนท.เรือนจำฯ ทำร้ายร่างกาย แจ้งความ สน.ประชาชื่น แล้ว

8 มี.ค. 68 – ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม ได้นำร่าง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ ไปชันสูตรพลิกศพ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โดยมีญาติที่เดินทางออกมาจากภายในเรือนจำ พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ได้มอบหมายให้ นายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความของผู้กำกับโจ้ ชี้แจงกับสื่อมวลชนแทน

นายวีรศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้อดีตผู้กำกับโจ้ ได้ฝากขอโทษพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดที่มีการคลุมถุงดำ โดยในวันนี้ครอบครัวของผู้กำกับโจ้เสียใจ และยังติดใจกับสาเหตุและแรงจูงใจการเสียชีวิต

เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางญาติได้มอบหมายให้ตนไปแจ้งความที่สน.ประชาชื่น เรื่องอดีตผู้กำกับโจ้ ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำทำร้ายร่างกาย โดยในเอกสารระบุชื่อ ผู้คุมที่เป็นคู่กรณีไว้

ต่อมา จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย อดีตผู้กำกับโจ้ ตามระเบียบ โดยแจ้งว่า อดีตผู้กำกับโจ้ขัดขืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ จนทำให้มีการย้ายแดนขังและห้องขังแยก ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของ ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ที่ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของอดีตผู้กำกับโจ้ แต่ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่า เต็มใจขอแยกห้องขังเดี่ยว

ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตนไม่เห็นเอกสารลงชื่อยินยอมจากอดีตผู้กำกับโจ้ ซึ่งการแจ้งความมีครั้งเดียว แต่ทางครอบครัวได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายหน่วยงาน

ภายหลังจากแจ้งความครั้งแรก ผู้กำกับโจ้ ต้องการญาติกับทนายความเข้าไปด้วย แต่ทางเรือนจำไม่อนุญาต ครั้งที่สองจึงมีการยื่นใหม่ โดยระบุชื่อทนายและญาติ ซึ่งทางเรือนจำก็แจ้งว่า ขอตรวจสอบก่อนว่า ในหนังสือมอบอำนาจมีการเซ็นจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีรายงานเรื่องรอยฟกช้ำตามร่างกายของอดีตผู้กำกับโจ้ ตนรับทราบใบความเห็นแพทย์แล้ว

ส่วนที่ระบุว่า อดีตผู้กำกับโจ้ เป็นผู้ป่วยจิตเวชนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากมีการเข้าเยี่ยมผู้กำกับโจ้มาเป็นเวลานาน ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) ญาติก็ได้เข้าเยี่ยม ก็ยังพบว่า มีอาการปกติ และยังมีการพูดคุยถึงการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ เนื่องจากในศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต รวมทั้งยังพูดถึงการใช้ชีวิตในอนาคตหลังออกจากเรือนจำ

โดยหลังจากมารับช่วงต่อเป็นทนายเมื่อ ปี’66 ก็พบว่า อดีตผู้กำกับโจ้ ไม่ได้มีความเครียด หรือกังวลที่จะนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง เพราะคดีเรื่องคลุมถุงดำถูกพิพากษาไปแล้ว ซึ่งคดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ แต่ส่วนคดีที่อยู่ ป.ป.ช. ขั้นตอนนี้ระงับการสอบสวนชั่วคราว จึงไม่มีแรงจูงใจที่จะทำให้อดีตผู้กำกับโจ้ฆ่าตัวตาย ซึ่งมูลเหตุเชื่อว่าอาจจะถูกบีบให้ยินยอมเรื่องการสอบวินัย หลังจากที่ไปแจ้งความ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน