ผู้ต้องหาซัดนายตำรวจยศ พ.ต.ท.มีเอี่ยว จัดฆ่าหนุ่ม หวังเงินประกัน 14 ล้านบาท ตร.หิ้วทำแผน เล่ารายละเอียดยิบ ตั้งแต่เริ่มจนจบ มีรถตำรวจจอดรอที่จุดรวมพล

วันที่ 11 มี.ค.68 พล.ต.ต.สมจิตร เหล่ามงคลนิมิต ผบก.ภ.จว.สกลนคร มอบหมายให้ พ.ต.อ.จิรโรจน์ โรจน์ภานุพัชร์ รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรวิทย์ นนพละ ผกก.กก.สส.ภ.จว.สกลนคร, พนักงานสอบสวน สภ.วานรนิวาส และตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร ร่วมประชุมวางแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดีขบวนการจัดฉากฆาตกรรมอำพราง นายวิเชียร อายุ 32 ปี ให้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อหวังเอาเงิน พ.ร.บ.กรมธรรม์ รถยนต์ จำนวนกว่า 14 ล้านบาท อ่านข่าว ฆ่าเอาประกัน 15 ล้าน เปิดปากรับแล้วลวงอำพรางรถชนตาย พิรุธอื้อรถ 3 คันทำ 28 กรมธรรม์

โดยศาลจังหวัดสว่างแดนดินได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 4 ราย คือ นายสกล หรือเมฆ อายุ 38 ปี, นายสมศักดิ์ หรือแอ๊ะ อายุ 56 ปี, นายพีรพัฒน์ หรือป้อม อายุ 30 ปี และนายพรชนก หรือเก่ง อายุ 41 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย และนำตัวฝากขังที่เรือนจำสว่างแดนดินแล้ว ส่วนรายที่ 4 ที่หลบหนีทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา

จากนั้นช่วงบ่าย พ.ต.อ.วรวิทย์ นนพละ ผกก.กก.สส.ภ.จว.สกลนคร พร้อมชุดคลี่คลายคดี ได้พา นายพรชนก อายุ 41 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมขบวนการเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ อย่างละเอียด

ในวันเกิดเหตุวันที่ 10 ก.พ.68 จุดแรก คือเมื่อเวลา 12.00 น. ที่โรงน้ำดื่มของ นายพรชนก ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร มี นายสกล นายพรชนก และ นายวิเชียร ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต นั่งรถกระบะอีซูซุ สีขาว ขับออกไปยังร้านตัดผมแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลกันจากโรงน้ำดื่ม นายสกล ได้พา นายวิเชียร เข้าไปตัดผมในร้าน แล้วสั่งช่างว่าเอาทรงนักเรียนจะพาไปบำบัด ส่วน นายพรชนก และ นายสกล นั่งรออยู่ด้านนอกประมาณ 30 นาที พอตัดผมเสร็จ นายสกล จึงขับรถพา นายวิเชียร และ นายพรชนก ไปร้านสะดวกซื้อ นายสกล ลงไปซื้อเสื้อผ้า ส่วน นายวิเชียร นั่งรออยู่บนรถ ขณะที่ นายพรชนก รออยู่ด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ จากนั้นทั้งหมดก็กลับมาที่โรงน้ำดื่ม ซึ่ง นายสกล เปลี่ยนเป็นชุดสีดำเพื่อแต่งตัวให้คล้ายกับ นายวิเชียร ซึ่ง นายวิเชียร ก็เปลี่ยนชุดสีดำเช่นกัน

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายสกล นายพรชนก และ นายวิเชียร พากันไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้น นายพรชนก เห็น นายวิเชียร มีอาการเซื่องซึมเชื่องช้า เพราะดื่มเหล้าและรับประทานอาหารอยู่ สักพักประมาณ 6 โมงเย็น โทรศัพท์ของ นายกสกล ดังขึ้นโดยปลายสายคือ นายพีรพัฒน์ อ้างว่ารถเสียให้มาดูหน่อย จากนั้น นายสกล ก็สั่งเก็บเงิน โดย นายพรชนก ยังสังเกตเห็นอีกว่า นายวิเชียร มีอาการมึนเมา และขอไปนั่งเบาะหลังของรถกระบะ นายสกล ให้ นายพรชนก ไปขับ และอ้างว่าขอไปนั่งท้ายกระบะเพราะอยากสูบบุหรี่ เมื่อรถขับถึงสี่แยกหนึ่ง นายสกล ที่อยู่ท้ายกระบะเคาะกระจกเรียกให้ นายพรชนก จอดและสลับกันขับอ้างว่าหนาวจะขอขับเองเพราะ นายพรชนก ขับช้า

เวลาพลบค่ำ เมื่อขับมาถึงจุดรวมพลจุดที่หนึ่ง เห็นรถกระบะคอกขนน้ำดื่มสีขาว 2 คัน จอดรออยู่ริมถนน นายสกล กับ นายพรชนก เดินลงจากรถลงไปข้างทางปล่อยให้ นายวิเชียร อยู่บนรถกระบะ พอลงมาถึงพบว่ามี นายพีรพัฒน์ นายพรชนก ยืนรออยู่แล้ว พร้อมกับสังเกตเห็นรถกระบะตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหนึ่งนายยืนอยู่ข้างรถ โดยไม่พูดจาอะไรคล้ายมาสังเกตการณ์

รวมไปถึงสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงที่เรียกติดปากกันว่าคุณนายนั่งมาในรถกระบะด้านซ้ายด้วย ระหว่างรวมตัวกัน นายสกล ก็แบ่งหน้าที่ว่าใครทำอะไรอย่างไรบ้าง พร้อมกับบอกว่าจะจัดการ นายวิเชียร โดยญาติ นายวิเชียร เขาไม่ว่าอะไร ในตอนนั้นเอง นายสกล ก็หันมาถาม นายพรชนก ว่า เอาด้วยไหม แต่เหมือนตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว และเห็นมีแต่พวกของ นายสกล จึงหวาดกลัว

นายสกล จึงให้ นายพรชนก ขับรถกระบะไปกับ นายสมศักดิ์ ส่วน นายวิเชียร นั่งเบาะหลัง ขณะเดียวกัน นายสกล คนจัดแจงได้ขับรถกระบะคอกเปล่าออกไปจากจุดรวมพล แล้ว นายพรชนก นายสมศักดิ์ พร้อมด้วย นายวิเชียร ก็ขับรถออกไปประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดนัดหมายจุดที่สอง เป็นบริเวณหลัก กม.15 ทั้ง 3 คนประกอบด้วย นายสมศักดิ์, นายพรชนก, นายวิเชียร ก็พากันเดินลงมาปัสสาวะ ขณะที่ นายวิเชียร นั่งมึนงงอยู่หน้ารถกระบะ ทันใดนั้น นายสมศักดิ์ ก็ลาก นายวิเชียร ลงไปนอนคว่ำหน้าขวางถนน แล้วทิ้ง นายวิเชียร ไว้คนเดียว จากนั้น นายสมศักดิ์ และนายพรชนก ขับรถออกไป เจอกันที่จุดนัดพบจุดที่ 3 ห่างจากจุดทิ้ง นายวิเชียร ไปประมาณ 500 เมตร

ทั้งนี้ไปสอดคล้องกับคำให้การของ นายพีรพัฒน์ ที่ให้การก่อนหน้านี้ว่า เมื่อได้รับสัญญาณแล้ว จึงให้ขับรถกระบะมีคอกน้ำมาเหยียบ นายวิเชียร ได้เลย จากนั้น นายพีรพัฒน์ อ้างว่าได้หลับตากลั้นใจขับไปชน แต่ไม่รู้ชนโดน นายวิเชียร หรือไม่ พอ นายพีรพัฒน์ มาเจอกันตรงจุดที่ 3 ก็บอกทุกคนว่าได้ขับรถชน นายวิเชียร แต่ นายสกล กับ นายสมศักดิ์ เหมือนไม่มั่นใจ ได้ขับรถวนกลับไปดูจุดเกิดเหตุอีกครั้ง

ตอนนี้ นายพรชนก ไม่ทราบว่า นายสกล และ นายสมศักดิ์ กลับไปทำอะไร เหลือแต่ นายพีรพัฒน์ กับ นายพรชนก ใช้อุปกรณ์เหล็กเชื่อมติดกันระหว่างรถกระบะคอกเปล่ากับรถกระบะขนน้ำ จากนั้นยังยืนรออยู่จุดนัดพบที่ 3 ประมาณ 1 ชม. ต่อมามีเพียง นายสมศักดิ์ กลับมาคนเดียวพร้อมรถกระบะ แต่ไม่ทราบว่า นายสกล หายไปไหน หลังจากนั้นทุกคนก็แยกนำรถไปเก็บที่โรงน้ำดื่มของ นายพรชนก

ทั้งนี้ นายพรชนก ให้การตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า ขณะไปรวมตัวกันจุดแรกรวมพล เคยเห็นหน้านายตำรวจในเครื่องแบบนายนี้ที่งานศพญาติของ นายสกล ยืนยันตำรวจนายนี้อยู่จุดแรกรวมพลก่อนเกิดการจัดฉาก นายวิเชียร จนเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุตกรถ พร้อมกับฝากไปถึงครอบครัวของ นายวิเชียร ว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้อยู่แล้ว ตนได้ขอโทษไปยังครอบครัวแล้ว

อย่างไรก็ตาม การทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้หักล้างกับสำนวนเดิมของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีไว้ก่อนหน้านี้ว่า นายวิเชียร เสียชีวิตจากการตกท้ายกระบะแล้วมีรถชักลากจูงมาเหยียบทับซ้ำ เนื่องจากผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมทั้งพยานและหลักฐานที่ชุดคลี่คลายคดีมีอยู่ ไม่สอดคล้องกันกับคดีเดิม และสามารถหักล้างกันได้ ซึ่งเชื่อว่าจะสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการที่เป็น นายตำรวจ ยศระดับ พ.ต.ท. ได้ตามที่ นายพรชนก ให้การซัดทอด

ที่มา : มติชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน