เตรียมใช้เครื่องมือหนัก เข้ารื้อซากอาคารถล่ม หลังผ่าน 72 ชั่วโมง แต่ยังภาวนาให้พบผู้รอดชีวิต รอประชุมความพร้อมทุกหน่วยก่อนลงมือคืนนี้
จากกรณีโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. เกิดพังถล่มลงมา จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในซากอาคาร รวมทั้งค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วน ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ก็พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งเจอสัญญาณชีพภายในซากอาคารอีกด้วย
ต่อมาเวลา 18.30 น.วันที่ 31 มี.ค.2568 นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หรือ น้ายอด นคร45 ทีมกู้ภัยที่ร่วมค้นหาร่างผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า เนื่องจากเลยเวลา 72 ชั่วโมง ในคืนนี้หลัง 19.00 น. จะมีการประชุมกันเพื่อเริ่มใช้เครื่องมือหนัก และหวังว่าเราจะได้พบผู้ประสบภัยเป็นข่าวดีเป็นระยะให้มากกว่าเดิม
โดยการแบ่งโซนคืนนี้ จะเริ่มปฏิบัติการใช้เครื่องมือหนัก ซึ่งจะต้องวางแผนให้พร้อมและให้ทุกหน่วยเข้าใจกัน เนื่องจากหากทุกคนไม่เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน อาจเกิดอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน
หลังจากการประชุมร่วมกันการปฏิบัติการจะออกมาแบบไหน ทุกทีมจะต้องเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน แต่เท่าที่มองตอนนี้ยังคงทำงานร่วมกันเหมือนเดิม โดยเครื่องมือหนักจะเข้าไปทำการเคลื่อนย้ายวัสดุ อีกทั้งเริ่มตัด ยก ย้าย ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเยอะจากด้านบนก่อนเพื่อจะถ่ายน้ำหนักออกให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะเริ่มปูพรมตั้งแต่โซน A และโซน D ก่อน

กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพที่เป็นห้องโถงนั้น นายอัญวุฒิ ระบุว่า จริงๆ จุดนั้นหากทำไปแล้วไม่มีอันตราย โดยจะมีทีมที่เข้าไปทำเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถส่องกล้องหรืออุปกรณ์อื่นใด เข้าไปได้ลึกมากกว่าเดิม ต้องทำควบคู่กันไป โดยต้องเพิ่มความระมัดระวังสำทั้งผู้ปฏิบัติการทางด้านบนและด้านล่าง
ขอยกตัวอย่าง เคสที่โรงแรมรอยัลพลาซ่า ที่หลังจาก 72 ชั่วโมงก็ใช้เครื่องมือหนักแบบนี้ แต่พวกตนนั้นเป็นทีมที่มุดเข้าไปช่วยตัดเจาะ ในระหว่างที่เครื่องมือใหญ่กำลังทำงานอยู่ไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่เมื่อเครื่องมือหนักหยุดจะได้ยินเสียง ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันที่ 4 โดยตนได้ยินเสียงเคาะกระจก เจอตะโกนขอความร่วมมือให้ทุกคนเงียบและให้เสียงนั้นเคาะกระจกไปเรื่อยๆ ต้นก็มุดหรือลงไปเป็นรูปตัว L ซึ่งก็พบข่าวดี จนในเหตุการณ์แบบนี้เราอยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีก

นายอัญวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ณ ตอนนี้ 18.00 น. ทีมสามารถนำร่างผู้ประสบภัยออกมาได้อีก 1 ราย เป็นเพศหญิง จากโซน D โดยขณะนี้รอทางทีมเข้าไปก่อนนำส่งนิติเวช ซึ่งเป็นรายที่ 13 ของเหตุการณ์นี้
เมื่อถามต่อว่านอกจาก 13 รายแล้วยังมีรายอื่นอีกหรือไม่ที่ค้นหาเจอ นายอัญวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้มีหลายจุด ต้องค้นหาด้วยอุปกรณ์และส่งสุนัขเข้าไปค้นหาซ้ำ แต่เป็นจุดที่อยู่ลึก และมีอุปสรรคคือเมื่อเราขุดแล้วทีมยกวัสดุออกไปมันกลับเทลงมา จึงหาใช้เครื่องมือหนักเมื่อไหร่ก็จะเป็นอันตราย
โดยหลังจากนี้ไป จุดที่เป็นอันตรายแบบนั้น ต้องมีการวางแผนให้รัดกุมที่สุด ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ใช้เครื่องมือหนักเกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ ซึ่งในทุกช่วงเวลาที่ทางหัวหน้าทีมวิศวะเข้าไปตรวจสอบประเมินให้นั้น มีการค้ำเอาไว้ให้ปลอดภัย เพราะหากมีการเคลื่อนตัวเจ้าหน้าที่จะส่งสัญญาณให้ เพื่อให้เราหยุดทำงาน

ซึ่งขณะนี้ทุกทีมยังคงอยู่ครบ และจะเห็นภาพของทีมกู้ภัยจากต่างประเทศที่มีความชำนาญเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างพังถล่มเช่นนี้ ซึ่งมีอุปกรณ์คล้ายเรา แต่มีการใช้งานมากกว่าเรา และมีความทันสมัยมากกว่าในอดีต
เบื้องต้น ขอให้ผู้ประสบภัยที่ยังอยู่ข้างในเข้มแข็ง อดทน พวกเราคนไทยทุกคนรวมใจส่งให้อยู่และเราจะไม่กลับ ไม่หนีไปไหนจนกว่าจะเอาคนสุดท้ายออกจากที่นี่ให้ได้
สำหรับกรณีในโซนลิฟท์ที่ทางผู้ว่าฯ บอกว่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่ตรงนั้นจำนวนมาก นายอัญวุฒิ เผยว่า ตรงนั้นมีทีมเข้าไปแล้ว แต่ทุกจุดที่ทีมได้ทำการค้นหา มีสัญญาณบ่งบอกว่าเจอมนุษย์หมดเลย ทั้งจากสุนัขค้นหา เครื่องมือเอกซเรย์ที่ส่งเข้าไป โดยวันแรกๆ ที่มีการช่วยเหลือได้เยอะ เนื่องจากอยู่ไม่ลึกและมีการตอบโต้กับเราได้
นายอัญวุฒิ ย้ำว่า คืนนี้ทุกหน่วยทั้งกองทัพไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ทีมกู้ภัยและทีมจิตอาสาที่มีเครื่องมือมาร่วมค้นหา ก็จะมีการประชุมกัน แต่ระหว่างประชุมทีมค้นหาก็ยังคงทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะในทีมปฏิบัติการเราให้เวลาทีมละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งใน 1 ทีมประกอบด้วยทั้งกู้ชีพและกู้ภัย โดยทีมหนึ่งเกือบ 20 คน เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งบางโซนต้องมีการขุดเจาะ โยกย้าย ตัด ก็จะมีการประสานอุปกรณ์ก่อนเข้าไป