รวบมาเฟียฮ่องกง โหด ก่อเหตุฆ่าคู่อริ หลังขัดแย้งเรื่องค้ายาเสพติด บินหนีกบดานพัทยากับแฟนสาวชาวไทย ฮ่องกงประสานไทยส่งตัวกลับ
เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับสำนักงานตำรวจสากลฮ่องกง แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้ รวบมาเฟียฮ่องกงโหด ก่อเหตุฆ่า หนีกบดานไทย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มี.ค.68 เวลาประมาณ 17.19 น. ตามเวลาฮ่องกง เกิดเหตุชาวฮ่องกงถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ในพื้นที่เขต Shatin Kowloon Hongkong สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องการค้ายาเสพติด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง สืบสวนพบมีผู้ก่อเหตุ จำนวน 2 ราย โดยมี 1 รายคือ นายทรอง (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติฮ่องกง หลังจากก่อเหตุหลบหนีมายังประเทศไทย โดยเครื่องบิน เข้ามาประเทศไทยเวลา 23.27 น.
ต่อมาทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ออกหมายจับนายทรอง ในฐานความผิด “ร่วมกันฆาตกรรม” และประสานงานมายังทางการไทย ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้สืบสวนติดตามและควบคุมตัวนายทรอง กลับไปดำเนินคดีที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการมายัง สตม. ให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ผบก.สส.สตม.จึงมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายทรอง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ สตม.สืบสวนติดตามและจับกุมตัว
จากการสืบทราบว่า นายทรองหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าในย่านเมืองพัทยา กับแฟนสาวชาวไทย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าหลังดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 มี.ค.68 เวลา 11.00 น.
พบนายทรอง พักอาศัยอยู่กับแฟนสาวชาวไทย
จึงแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ทราบ และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดี ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป
โดยในวันที่ 31 มี.ค.68 ทางการตำรวจฮ่องกงนำโดย นายเคน ลำ วิง โฮ หัวหน้าสำนักงานตำรวจสากลฮ่องกง เดินทางมาแสดงการขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่ให้การช่วยเหลือในการสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายทรองในครั้งนี้ พร้อมทั้งควบคุมตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศฮ่องกง
สตม.ขอประชาสัมพันธ์มายังเจ้าของบ้าน ผู้ประกอบกิจการห้องเช่า โรงแรม หรือกิจการในลักษณะเดียวกัน หากได้รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยให้ดำเนินการแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ ซึ่งหากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับ 1,600 บาท ต่อจำนวนคนต่างด้าวที่เข้าพักหนึ่งคน และกรณีผู้กระทำความผิดเป็น ผู้จัดการโรงแรม ต้องระวางโทษปรับ ไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท ต่อจำนวนคนต่างด้าวที่เข้าพักหนึ่งคน
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย
หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง



