จับ อาหม่า บิ๊กเนมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จีน หลอกเงินคนร่วมชาติกว่าหมื่นล้านบาท เอี่ยวแก๊งลอบขนจีนเข้าประเทศเพื่อนบ้าน โยงจ่าเอ็ม มือยิงอดีตสส.ฝ่ายค้านพม่าดับ
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.
สั่งการให้ พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุม นายหวู่เฟิง หม่า หรือ อาหม่า หรือ อาเฟย อายุ 41 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอดที่ จ.34/2567 ลงวันที่ 16 ก.พ.2567
ข้อหา “ร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง แขวงดินแดง เขตดินแดง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก สืบสวนขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2565 เจ้าหน้าที่ตรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ตั้งจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน ม.6 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จว.ตาก
และตรวจสอบพบการกระทำผิดและจับกุมนายเอกลักษณ์ ขับรถยนต์ แท็กซี่ โตโยต้า สีเขียวเหลือง ทะเบียน กทม. ขับผ่านจุดตรวจมุ่งหน้าเข้า อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลที่รู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
พร้อมจับกุม ชายสัญชาติจีน จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายที่นายเอกลักษณ์ให้การช่วยเหลือ ซึ่งจากการสืบสวนพบพยานหลักฐานยืนยันได้ว่า ช่วงวันที่ 2-3 มี.ค.2565 นายพิตติพัตน์ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ที่ว่าจ้างให้นายเอกลักษณ์ ขับรถยนต์มารับบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จาก อ.แม่สอด เพื่อไปส่งยัง จ.เชียงราย โดยโทรศัพท์ติดต่อและส่งตำแหน่งสถานที่โรงแรม ในอ.แม่สอด ให้กับนายเอกลักษณ์ เพื่อให้เดินทางไปรับบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค.65 เวลา 14.00 น. ก่อนที่บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย จะเข้าพักที่โรงแรมในแม่สอด มีนายเหล่าชิง ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้โทรศัพท์ติดต่อโรงแรม ขอเปิดห้องพักพร้อมโอนเงินจากบัญชีธนาคารให้กับโรงแรม เพื่อเป็นค่าห้องพักไว้ล่วงหน้า เพื่อให้บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าพัก
จากการสืบสวนพบว่า ในวันที่ 2 มี.ค.65 เวลา 16.00 น. นายวีระยุทธ ผู้ต้องหาที่ 3 ใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ขับมารับบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทั้ง 3 คน กับพวก มาส่งเพื่อเข้าพักยังโรงแรมดังกล่าว
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าในกระบวนการช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น มีนายหวู่เฟิง หม่า ผู้ต้องหาที่ 4 เป็นผู้โอนเงินค่าว่าจ้างและค่าใช้จ่ายเปิดห้องพักให้กับนายเหล่าซิง พฤติกรรมการกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมด ถือเป็นการให้การกระทำความผิดตามกฎหมาย จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดตามกฎหมายจนถึงที่สุด ต่อมาพนักงานสอบสวน ยื่นขอหมายจับต่อศาล กลายผู้ต้องหาตามหมายจับนี้ ยังคงหลบหนี ไม่ถูกจับกุม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส. บช.น. รับแจ้งจากสายลับว่านายหวู่เฟิง หม่าผู้ต้องหาตามหมายจับ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเป็นเจ้าของสถานบันเทิงเถื่อนย่านห้วยขวาง เปิดผับและให้บริการนักท่องเที่ยวจีน ตั้งอยู่ภายใน ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 4 เขตดินแดง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เข้าตรวจค้น
พบกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชายหญิงรวมถึงพนักงานให้บริการ ประมาณ 31 คน และพบยาเสพติดพร้อมอุปกรณ์เสพในสถานบันเทิงดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 พ.ย.67
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหายังคงวนเวียน อยู่บริเวณ ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 4 กรุงเทพมหานคร ใกล้กับสถานบันเทิงเถื่อนดังกล่าว ที่ถูกตรวจค้นจับกุม พร้อมกับพักอยู่บ้านใน ซอยรัชดาภิเษก 7 เขตดินแดง จึงเข้าจับกุมดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการประสานข้อมูลตำรวจจีนพบประวัติด้วยว่า นายหวู่เฟิง เป็นหนึ่งในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่โกงเงินชาติเดียวกันที่เมืองอู่หั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน กว่า 10,000 ล้านบาท ทางการจีนต้องการตัวเป็นอย่างมาก อีกทั้งจะเป็นหนึ่งในแก๊งขนคนจีนเข้าประเทศพม่า
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีข้อมูลเกี่ยวข้อง นายเอกลักษณ์ หรือ จ่าเอ็ม อายุ 41 ปี อดีตทหารเรือ ยิง นายลิม กิมยา อดีต สส.ฝ่ายค้านกัมพูชาเสียชีวิต บริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เมื่อเย็นวันที่ 7 ม.ค.67 ที่ผ่านมา เนื่องจากจ่าเอ็ม จองโรงแรมด้วยเงินของตัวเอง เปิดห้องพักนายหวู่เฟิง หม่า พักค้างแรมที่ จ.เชียงราย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด จ.เชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
