จับอาตี๋ หนีคดีปลอมบัตรประชาชน-พาสปอร์ต ให้คนจีนในไทย ซ่อนตัวกลางกรุง ค้นรถเจอใบขับขี่ไทยชื่อจีนหลายใบ เร่งขยายผล ยังปากแข็งปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.68 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ตรวจสอบความผิด เกี่ยวกับหลบหนีเข้าเมือง อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay และชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากร หรือเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.การสืบสวน 1ฯ พร้อมชุดปฏิบัติ พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และพ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1
ร่วมปฏิบัติการจับกุมคนร้าย หลังรับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ลักลอบหนีหมายจับจากประเทศจีน เข้ามากบดานในไทย และรับทำบัตรประชาชนปลอม หรือหนังสือเดินทางปลอม ให้กับคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย พร้อมลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ซอยวิภาวดี 4 – 8
ซึ่งได้รับข้อมูลจากสายลับว่าบุคคลต่างด้าวที่เป็นเป้าหมายมักจะใช้เป็นเส้นทางหลบเลี่ยงการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ จนพบบุคคลต่างด้าวเป้าหมาย ลักษณะใกล้เคียงกับบุคคลต่างด้าวเป้าหมาย มีตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับที่สายลับแจ้ง ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีเทา ติดฟิล์มดำ
ก่อนจู่โจม เข้าตรวจขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้ถูกจับ ชื่อนายหวัง (นามสมมุติ) สัญชาติจีน อายุ 40 ปี แสดงหนังสือเดินทางของผู้อื่น แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าหน้าไม่ตรงกัน จึงขอตรวจค้นรถ ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบใบขับขี่ทั้งไทยและสากล รวมถึงหนังสือเดินทางเล่มอื่น ซึ่งเชื่อว่าปลอม จำนวน 5 ใบ
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ไม่ใช่ของตน ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตรวจสอบประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศพบว่านายหวัง เป็นบุคคลที่มีหมายจับ และเป็นที่ต้องการตัวในประเทศจีน
โดยกระทำความผิดฐานนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นมาปลอมแปลงบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และใบขับขี่ กระทำความผิดฐานเปิดบ่อนการพนันโดยผิดกฎหมาย และขัดคืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ก่อนหลบหนีออกจากประเทศมากบดานในประเทศไทยอีก จึงแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ถูกจับมาที่ กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. พร้อมขยายผลต่อไป



