ตร.จราจรท่าข้ามไหวพริบดี ตรวจสอบพื้นที่อ้างรับเหมาซ่อมไฟ รวบหนุ่ม-สาว 7 คน ลักตัดสายไฟกว่า 130 เส้น ทำทีโทรขออนุญาตตร. แต่พิรุธออก เลยจับยกแก๊ง
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.อชิรวิทย์ ทองจันดี รองผบก.น.9 พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.สุระยุทธ ไขแสงจันทร์ รรท.รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.อิทธิพันธ์ หาญเวช สว.จร.สน.ท่าข้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ท่าข้าม
ร่วมกันจับกุม นายสมลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี น.ส.ลัดสามี ซาเน่ อายุ 32 ปี สัญชาติลาว นายดามร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี น.ส.ขวัญจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี นายวสันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี นายนพฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี นายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี
พร้อมด้วยของกลาง คีมตัดสลักเกลียว กรรไกรตัดเหล็ก ขนาด 42 นิ้ว เบอร์ 1050 MM 1 อัน สายเคเบิลตัดเป็นท่อนขนาด 0.4 900P ความยาวประมาณ 120-140 เซนติเมตร 130 ท่อน เชือกยาว 10 เมตร 2 เส้น แผ่นป้ายทะเบียน สระบุรี รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น แจ็ส สีชมพู ทะเบียน สระบุรี ติดเพียงแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าเท่านั้น
รถกระบะบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน พระนครศรีอยุธยา จับกุมบริเวณหน้าศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน พระราม 2 ซอย 69 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เวลาประมาณ 23.20 น.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากชุดสายตรวจสน.ท่าข้าม จับกุมได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.ท่าข้ามว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฝ่ายจราจร สน.ท่าข้าม ควบคุมตัวไว้ 7 คน เมื่อมาถึงบริเวณสถานที่เกิดเหตุดังกล่าวพบ ผู้ต้องหาคนแรกกำลังตัดสายเคเบิลแบ่งเป็นท่อนๆ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือกำลังนำสายเคเบิล ที่ตัดแบ่งเป็นท่อนนั้นนำไปไว้ในรถของกลาง
จึงควบคุมตัวไว้ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฝ่ายป้องกันและปราบมาถึงบริเวณสถานที่เกิดเหตุ จึงขอตรวจค้นตัวก่อนตรวจค้น จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงของตรวจค้น ของกลางสายเคเบิ้ลโดยมีผ้าใบสีดำคลุมปิดทับอยู่ท้ายกระบะ
จากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดทำทีเป็นบริษัทรับเหมาทำสายไฟ โทรมาขออนุญาตตำรวจจราจรท่าข้าม บริเวณดังกล่าว ตำรวจจราจรท่าข้ามเอ๊ะใจว่า มีพิรุธจึงตรวจวอบก่อนควบคุมตัวไว้เนื่องจากลักลอบแอบตัดสายไฟบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการหลบหนี” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อม ของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



