ปลอมเป็นช่างก่อสร้าง ปิดนานา ล่าแก๊งยานรก รวบ 8 ชายผิวสี 1 คนไทย พร้อมโคเคน เผยพฤติกรรมสุดแสบ หากโดนจับจะวิ่งหนี กลืนยาเสพติด
จากกระทู้ในเพจดัง “ThailandTourism” เป็นคอมมูนิตี้สำหรับนักท่องเที่ยว มีสมาชิกทั่วโลก 430K คน โพสต์ใหม่เฉลี่ย7,900 ครั้งต่อสัปดาห์ แจ้งเตือนถึง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” เป็นจำนวนมาก รายงานพฤติกรรม ขายยาเสพติด , หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋าซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงอันทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ย่านนานา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. สั่งตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้น “การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” นครบาลร่วมกับ บช.ปส.ปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” (Take Down Black-Shadow Nana)
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ต.ค.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ดูแลงานยาเสพติด พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส บช.น. พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 บช.ปส. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5
พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส. บช.น. พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ลุมพินี
สั่งการให้ ชุด ศอ.ปส.บช.น. , บก.สส.บช.น. , บก.ปส.1 บช.ปส. และฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหารวม 9 ราย ประกอบด้วย
นายภาณุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
Mr.ONYEKAMMA อายุ 29 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.ONUOHA อายุ 34 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.NNAWUKE อายุ 29 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.ALAHIEOBI อายุ 35 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.UBAMMADU อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.AMAJIOYI อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.UDEMGBA อายุ 28 ปี สัญชาติไนจีเรีย
Mr.NWACHUKWU อายุ 41 ปี สัญชาติไนจีเรีย
พร้อมของกลาง 4 รายการ ธนบัตรเงินสด 3,000 บาท โคเคน 3.8 กรัม จับกุมได้ในซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้น “การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ผอ.ศอ.ปส.ตร.) “จัดชุดลาดตระเวน Online”

จนพบกับกระทู้ใน Reddit โดยหัวข้อใหญ่เรื่อง”ThailandTourism” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยว มีสมาชิกทั่วโลก 430K คน โพสต์ใหม่เฉลี่ย7,900 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปรากฏการรีวิวแง่ลบแจ้งเตือนถึง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” เป็นจำนวนมาก โดยมักรายงานถึงรายงานพฤติกรรม ขายยาเสพติด , หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋าซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงอันทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ย่านนานา
จึงสั่งการให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. บูรณาการร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำกำลัง ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ บก.ปส.1 แฝงตัวอำพลางลาดตระเวนเดินเท้าในพื้นที่ย่าน นานา-อโศก จนได้พบกับกลุ่มชายผิวสี ยืนจับกลุ่มจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา
แต่ทว่าจากข้อมูลการสืบสวนปรากฏว่ากลุ่มชายผิวสีนี้มีทักษะการต่อต้านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี กล่าวคือ จะไม่สนทนากับคนไทย จะพูดคุยแค่กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น และหากพบคนไทยหรือคนต้องสงสัยว่าจะเป็นตำรวจจะวิ่งหนีทันที และมีทักษะพิเศษคือการอมยาเสพติดไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้ามาขอซื้อก็จะแอบคายออกจากปากแล้วส่งให้ลูกค้า (พบเห็นในกล้องวงจรปิด) และหากเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจะ“กลืนยาเสพติดลงท้อง” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบของกลาง

จึงบูรณาการกำลัง ชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น. ), บก.ปส.1 สยบไพรี และ สน.ลุมพินี กว่า 40 นาย แต่งกายเป็น “ช่างปูน” อัดขึ้นรถ 2 แถว ไปจอดบริเวณไซส์งานก่อสร้างกลางซอยสุขุมวิท 11 ใกล้กับจุดที่ชายผิวสีจับกลุ่มขายยาเสพติด ระหว่างที่ไปถึงตำรวจอำพรางในชุดช่างเทปูนกว่า 20 ชีวิต ต่างลุ้นไปด้วยกันว่ากลุ่มคนร้ายจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ปรากฏว่าใบหน้าของเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถแนบเนียนไปกับพื้นหลังไซส์งานก่อสร้างอย่างลงตัว กลุ่มคนร้ายตายใจเข้าใจว่า 20 ชีวิตบนรถ 2 แถว นั้นเป็นคนงานก่อสร้างจริง จึงจับกลุ่มขายยาเสพติดต่อไป

ผ่านไปไม่นานมีชาวต่างชาติ 2 รายถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนพูดคุย ก่อนคายยาเสพติดออกจากปากแล้วส่งมอบสิ่งของบางอย่างกันต่อหน้าต่อตา ชุดสืบสวนที่อำพรางในชุดช่างก่อสร้าง จึงลงจากรถ 2 แถว ยืนล้อมกลุ่มคนร้ายอย่างแนบเนียน
ทันใดนั้น พล.ต.ต.ธีรเดช จึงสั่งการ “เอาเลย” ชุดสืบสวนที่อำพลางในชุดช่างก่อสร้างที่ยืนรายล้อมกลุ่มคนร้าย ตะครุบตัวจนกลุ่มคนร้าย “ผึ้งแตกรัง” บางรายสามารถวิ่งหนี บางรายกลืนของกลางยาเสพติดลงท้อง แต่ทว่าไม่ทันการณ์ถูกชุดสืบสวนรวบตัวได้ทั้งหมด 9 คนพร้อมของกลางยาเสพติด หลังจับกุมตัวได้นำส่พนักงานสอบสวน บก.ปส.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า “จากแผนประทุษกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของกลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา มักลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยด้วยการ “กลืน” กล่าวคือจะนำยาเสพติดห่อในพลาสติกอย่างแน่นหนาและกลืนเข้าไปในท้องเป็นจำนวนมาก ก่อนจะนั่งเครื่องบินเข้ามายังประเทศไทย แล้วมาขับถ่ายนำยาเสพติดออกมาแล้วจะนำมาขายยังแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย
โดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มประเภท โคเคน จากการขยายผลการจับกุมครั้งนี้พบว่าเป็นขบวนการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางเครื่องบิน และกลุ่มผู้ที่คอยจำหน่ายจะใช้ยุทธวิธีพิเศษ นำยาเสพติดพันเทปไว้แล้วซุกซ่อนไว้ในปาก เมื่อถูกจับกุมจะทำการกลืนยาเสพติดเข้าไปในท้องทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พบของกลาง ซึ่งคดีนี้เราใช้การอำพรางจนสามารถเข้าถึงตัวคนร้ายได้ แต่ยังมีอีกหลายรายที่สามารถกลืนยาเสพติดไปได้ทัน
ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการให้ผู้ต้องหาดื่มนมและถ่ายท้องเพื่อพบของกลางเพิ่มเติม ซึ่งระหว่างการจับกุมในย่านนานาพบว่ามีชาวต่างชาติมากล่าวชื่นชมกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มคนผิวสีนี้มีการสร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อันเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่ง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะนี้ทั่วพื้นที่นครบาล และจะมีบูรณาการร่วมกับ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
เบื้องต้นแจ้งข้อผู้ถูกจับที่ 1, 2, 3, 5, และ 7 ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” แจ้งข้อหาผู้ถูกจับที่ 4, 6 และ 8 ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาผู้ถูกจับที่ 9 ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
ก่อนนำตัวส่ง พงส.บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





