นายอธิป พีชานนท์ กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษา สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ มี.ค. 2563 ได้รับผลกระทบไม่ได้แต่เพียงจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ยังได้รับผลกระทบเดิมมาจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งทำให้ยอดการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบ และนำมาซึ่งกำลังซื้ออ่อนตัวลงและได้เคยนำเรื่องนี้นำเสนอทางภาครัฐในบางส่วนไปแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งยอดขายโดยภาพรวมในปี 2563 จะติดลบเกิน 25% โดยเฉพาะในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียมคาดว่าจะได้รีบผลกระทบรุนแรงกว่า โดยยอดขายลดลงไม่น้อยกว่า 40% เพราะคนจะชะลอการตัดสินใจซื้อมากพอสมควร เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยในเมือง และซื้อเพื่อให้ลูกที่เข้ามาเรียนในเมือง รวมถึงผู้ซื้อต่างชาติทั้งจีนและประเทศอื่น ซึ่งเดิมมีสัดส่วนการพึ่งพิงลูกค้าต่างชาติอยู่ประมาณ 10% โดยปัจจุบันหายไปเลย
สำหรับในตลาดอสังหาฯ ประเภทบ้านจัดสรร ที่ผ่านมาพบว่ายอดขายลดลงไม่มาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่อความจำเป็นในการอยู่อาศัย หรือเรียลดีมานด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลออกมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และให้ทำงานจากบ้าน หรือ Work from Home กัน ทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะที่มีการแยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่ เริ่มรู้สึกแล้วว่าไม่มีพื้นที่ส่วนตัว ทำให้คนเริ่มแยกตัวออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ในระยะเวลาสั้นๆ เริ่มมีคนกระจายมาหาซื้อบ้าน โดยเฉพาะบ้านสร้างเสร็จเริ่มมีตัวเลขมากขึ้น ทำให้ตัวเลขยอดขายบ้านจัดสรรกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และในภูมิภาคต่างจังหวัด พบว่ายอดขายตกไม่มาก และบางพื้นที่กลับสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่เมื่อนำทั้งตลาดคอนโดฯ และตลาดบ้านจัดสรรมาคำนวณรวมกันแล้วปรากฏว่ายอดขายรวมยังตกลงค่อนข้างมากประมาณ 25%
ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดฯ ปีนี้คาดว่าจะลดลง 25% ในอัตราเดียวกับยอดขาย จากยอดโอนปกติจะอยู่ที่ปีละ 8 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากปัจจุบันเริ่มเห็นผู้บริโภคบางส่วนที่ผ่อนดาวน์ไปแล้วและเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ ยอมทิ้งเงินดาวน์เพราะเริ่มไม่มั่นใจว่าจะผ่อนต่อไปไหวหรือไม่ ซึ่งสมาคมฯ ได้พยามให้สมาชิกสมาคมหามาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกค้า อาทิ โยกเงินดาวน์ไปในโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ เพื่อรักษาเงินดาวน์ หรือเปลี่ยนจากห้องใหญ่เป็นห้องเล็ก เพื่อลดภาระการผ่อนให้ลูกค้า ตลอดจนเปิดสิทธิ์ให้ลูกค้าพักการผ่อนดาวน์ออกไป 6-12 เดือน เป็นต้น อีกทั้งยังไม่รวมลูกค้าจีนที่ขณะนี้ไม่สามารถเดินทางมาโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯ ได้ ทำให้ประเมินว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 6 แสนล้านบาท โดยอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการจะต้องมีการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินให้ดีด้วย
“ตลาดทาวน์เฮาส์ บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว ระดับราคา 1.5-5 ล้านบาท ยังคงขายได้ตลอดเวลา และมีสัดส่วนถึง 60% ของตลาดรวมที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่ถ้าต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท จะเป็นกลุ่มที่ธนาคารปล่อยกู้ยากที่สุด ส่วนบ้านและคอนโดฯ ระดับราคาแพง ซึ่งคนกลุ่มนี้ยังไม่รีบตัดสินใจซื้อ เพราะมีบ้านอยู่แล้ว ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปอีก”นายอธิป กล่าวและว่า สำหรับแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารในขณะนี้ ยิ่งตั้งการ์ดระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว ดังนั้นตราบใดที่สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการก็ต้องมีแคมเปญส่งเสริมการขายในส่วนของโครงการที่สร้างเสร็จแล้วออกมา ทำให้ผู้ซื้อที่มีความพร้อมจะได้เปรียบ โดยจะได้ซื้อสินค้าที่คุ้มค่าในราคาไม่สูง แต่ได้ของดี ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็จะชะลอเปิดโครงการใหม่ๆ ดังนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งจะทำให้สินค้ากับความต้องการซื้ออยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และทำให้แคมเปญการตลาดต่างๆ หมดไป
นายอธิป กล่าวด้วยว่า พฤติการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค หลังสถานการณ์โควิด-19 โดยภาพรวมจะเปลี่ยนไปสู่ความปกติใหม่ หรือ New Nomal ทำให้คนอาจหนีจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบทมากขึ้น เพราะค่าครองชีพถูกกว่า และอีกปัจจัยคือ การระบาดของโรคกระจุกในเมือง การย้ายไปชนบทจะปลอดภัยกว่า ฉะนั้นแนวโน้มความเป็นเมืองใหญ่จะต้องกลับมาคิดใหม่ว่า ทำอย่างไรให้คนชนบทไม่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในเมืองใหญ่