นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบที่ใหญ่และรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนในอดีต ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังควบคู่ไปกับการปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมได้ 15,085 ล้านบาท หรือ 45% ของเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 33,500 ล้านบาท เป็นผลจากการเปิดตัวบ้านแนวราบ 14 โครงการใหม่ มูลค่า 15,500 ล้านบาท และจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 100 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 70,000 ล้านบาท
ยิ่งไปกว่านั้นเฉพาะไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงล็อกดาวน์เกือบทั้งไตรมาส แต่บริษัทยังสร้างยอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมโดยทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เปิดบริษัทมา และสูงกว่าไตรมาส 4 ปี 2559 ที่เคยเป็นไตรมาสที่บริษัทมีการรับรู้รายได้สูงสุดที่ 11,500 ล้านบาทด้วย ซึ่งเป็นผลจากการปรับต้วของบริษัทโดยการนำเทคโนโลยี V Toure มาใช้ในการขาย ตรวจห้อง ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ตลอดจนมีแคมเปญโปรโมชั่น ที่ให้ความคุ้มค่าสำหรับลูกค้าที่ซื้อและโอนในเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนก็ให้ความสนใจ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทางเลือกของการลงทุนที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทหนึ่ง ส่งผลให้ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (BC) บริษัทในเครือของเอพี ที่เป็นตัวแทนขายอสังหาฯ สามารถสร้างยอดขายได้ในครึ่งปีแรก 4,200 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะได้ยอดขาย 10,000 ล้านบาท
โดยทั้งหมดสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดฯ ในตลาดยังมีอย่างต่อเนื่องด้วยการเตรียมเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่บริษัทได้ขยายการทำตลาดบ้านแนวราบในต่างจังหวัดภายใต้แบรนด์ใหม่ “อภิทาวน์” ที่จะมีทั้งทาวน์โฮม 2-3 ชั้น บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว ซึ่งปีนี้จะเปิด 5 โครงการ ใน 5 จังหวัด มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท เริ่มจากเดือนก.ย.นี้ ที่จ.นครศรีธรรมราช และที่เหลือจะเปิดในเดือนต.ค. คือ พระนครศรีอยุธยา เชียงราย ขอนแก่น และระยอง ซึ่งแต่ละจังหวัดดูจากความสำเร็จของผู้ประกอบที่เคยเข้าไปเปิดการขาย รวมถึงยังพิจารณาจากกำลังซื้อของคนในพื้นที่ เศรษฐกิจของจังหวัดและการเป็นจังหวัดที่มีแหล่งงานในท้องถิ่น และในบางจังหวัดอย่างเชียงราย ก็ยังได้กำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้านด้วย
นายวิทการ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ในขณะนี้ว่า ตลาดยังมีความต้องการจากทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติโดยเฉพาะจีน ซึ่งส่วนใหญ่ที่ซื้อไปแสดงความจำนงอยากโอนแต่ขณะนี้ยังเดินทางมาไทยไม่ได้ ซึ่งบริษัทเชื่อด้วยว่าหากไทยเปิดประเทศ คนจีนจะเข้ามาซื้ออสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมจะขายดีมาก สำหรับสถานการณ์ตลาดซื้อขายที่ดินขณะนี้มีคนแห่ขายที่ดินเยอะมาก และเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่สามารถต่อรองราคาที่ดินได้ ซึ่งในส่วนของบริษัทยังไม่รีบตัดสินใจซื้อและด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้มีความไม่แน่นอนสูงทำให้บริษัทปรับลดงบซื้อที่ดินเหลือ 4,000 ล้านบาท จากต้นปีตั้งงบไว้ที่ 8,500 ล้านบาท และมั่นใจว่าบริษัทมีกระแสเงินสดสำหรับรองรับแผนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท