‘แสนสิริ’ ชี้โควิดกดกำลังซื้ออสังหาฯ ชะลอตัวอีก 18 เดือน – ย้ำต้องยกเลิกแอลทีวี แนะรัฐเดินหน้ามาตรการกระตุ้นศก.ต่อ
‘แสนสิริ’ ชี้โควิดกดกำลังซื้อ – นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2564 ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้วัคซีนเป็นความหวังสูงสุดก็ตาม ทำให้ในปีนี้บริษัทยังกังวลเรื่องกำลังซื้อ จากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งมองว่ากำลังซื้อยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ใน 1 ปี หรือ 18 เดือนจากนี้ ขณะที่ในแง่ของรัฐบาลที่ผ่านมาทำได้ดี มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องทั้ง ชิมช้อบใช้, คนละครึ่ง และซอฟต์โลน เป็นต้น
“มองว่ายังไม่พอปีนี้ต้องทำต่อดนื่อง โดยเฉพาะต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เพื่อทำให้กำลังซื้อจะกลับมา โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณ เนื่องจากทำให้เงินในกระเป๋าของผู้บริโภคยังอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นมาตรการคุมเข้มสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือ แอลทีวี ควรต้องยกเลิกได้แล้ว เพราะปัจจุบันคนจะไม่มีกินอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอย่างต่อเนื่องและซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (เรียลดีมานด์) เนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่”
อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมการดำเนินธุรกิจปี 2564 ของแสนสิริ ให้น้ำหนักไปที่การเปิดโครงการบ้านจัดสรรแนวราบในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น หรือเรียลดีมานด์มากขึ้น ภายใต้แบรนด์สิริเพลส อนาสิริ และสราญสิริ ตลอดจนบุราสิริ ซึ่งเป็นบ้านระดับบน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบ้านของทุกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับจะเปิดตัวคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ระดับราคา 1 ล้านบาทเศษ ในทำเล รามคำแหง และเกษตร รัชดาฯ และบางนา เพื่อให้คนรุ่นใหม่อายุตั้งแต่ 28-30 ปี เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
โดยในปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ทั่งหมด 24 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 7 โครงการ 12,300 ล้านบาท ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรเจ็กต์ 12 โครงการ มูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 4,100 ล้านบาท โดยเน้นราคาไม่แพง เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น และเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่เปิดตัวโครงการใหม่เพียง 12 โครงการ มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท โดยที่บางโครงการเปิดใหม่ อาจเป็นการเข้าซื้อโครงการจากผู้ประกอบการรายกลาง และ เล็ก ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องการเงิน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเห็นมากขึ้น
ส่วนเป้าหมายยอดขายปีนี้วางไว้ที่ 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 16,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 10,000 ล้านบาท ด้านยอดโอนตั้งเป้าไว้ที่ 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 16,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 11,000 ล้านบาท โดยยอดโอนดังกล่าวคาดมาจากต่างชาติ 3,000 ล้านบาท
ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2563 บริษัทมียอดขาย 35,000 ล้านบาท และมียอดโอน 45,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 45% และถือเป็นยอดโอนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 36 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เนื่องจากในปีที่ผ่านมาบริษัทดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาโดยเฉพาะ เปิดตัวแคมเปญแสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน และประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งยังทำให้บริษัทสามารถดึงกระแสเงินสดกลับมาได้สูงถึง 15,000 ล้านบาท และในปีนี้ยังคงนำแคมเปญนี้กลับมาใช้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในช่วงที่ยังมีความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนในการจ้างงาน แม้ว่าบริษัทก็ยอมรับว่าแนวโน้มของลูกค้าที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร (รีเจ็ก) ในปีนี้น่าจะยังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีลูกค้าถูกรีเจ็คถึง 30%