นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว โดยบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้หลังใช้เวลาเตรียมความพร้อมก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากว่า 3 ปี โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ต่างๆ เพื่อพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเสนอขายหุ้นไอพีโอในจำนวน 206 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้
อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัท ASW มีบริษัทย่อยทั้งหมด 15 บริษัท ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียมและแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ รวม 12 บริษัท และอีก 1 บริษัทย่อย ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า และ ธุรกิจรับฝากขายฝากเช่า โดยภาพรวมของผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,176.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันจากปีก่อนที่ทำได้ 1,779.30 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 307.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.51% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 146 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 886.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40.72%
สำหรับแผนดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทเตรียมเดินหน้าเปิดขายโครงการอย่างต่อเนื่องในทำเลศักยภาพที่รองรับการขยายของเมืองและระบบคมนาคมเส้นทางใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการด้านการอยู่อาศัยของลูกค้าอย่างแท้จริง หลังจากครึ่งหลังของปี 2563 ได้ทยอยเปิดโครงการบนทำเลศักยภาพที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโมดิซ ราห์ม รามคำแหง ใกล้สถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง โดยได้การตอบรับดี ตลอดจนโครงการโมดิซ ลอนซ์ ในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และโครงการบ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด-พัฒนาการ ทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ในระดับราคา 14.2-22 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท บ้านภูริ ปุรี โฮลดิ้ง จำกัด
และยังมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องไปในปี 2564 เช่น โครงการแอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง และโครงการเคฟ ทาวน์ สเปซ คอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยโครงการต่างๆ จะสนับสนุนให้ผลประกอบการในปีนี้เติบโตได้เป็นอย่างดี