นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 1/2564 มีรายได้รวม 3,965 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 417 ล้านบาท โดยมีการเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในอัตรา 20% และ 39% ตามลำดับ ขณะที่ ยอดขายรวมเติบโต 188% มาอยู่ที่ 5,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดบายบ้านแนวราบ 4,606 ล้านบาท เติบโต 123% และคอนโดมิเนียม 1,094 ล้านบาท เติบโต 1381%
โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวของบริษัท มีการเติบโตทุกราคาซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของการประกาศแผนธุรกิจและการรุกสู่แบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ 1 จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดบ้านเดี่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 15% ทั้งนี้ บ้านเดี่ยว 3 กลุ่มหลักที่ขายดีและเติบโต คือ บ้านราคามากกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัท มีการเติบโตประมาณ 4 เท่า หรือ 268% บ้านเดี่ยวราคา 5-20 ล้านบาท เติบโต 2 เท่า หรือ 113% และบ้านเดี่ยวราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เติบโต 10%
ส่วนคอนโดมิเนียม ในตลาดลักชัวรี่ ที่ระดับราคามากกว่า 3 แสนบาทต่อตร.ม. บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดที่ 26% และถือเป็นอันดับ 1 ของตลาด โดยมีโครงการ สโคป พร้อมศรี บนทำเลสุขุมวิท 49 คอนโดมิเนียมที่บริษัทเพิ่งเปิดการขายล่าสุด ได้รับการตอบรับดี มียอดจองแล้ว 45%
สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเปิดขายโครงการแนวราบ 8 โครงการ มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท โดย 2 โครงการแรกจะพร้อมเปิดให้จองในไตรมาส 2 นี้ รวมมูลค่า 1,145 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เพชรเกษม-ปิ่นเกล้า บ้านหรูบนขนาดที่ดินตั้งแต่ 100 ตร.ว.ขึ้นไป ราคาเริ่มต้น 20-30 ล้านบาท ใกล้เดอะมอลล์บางแค และโครงการเวิร์คเพลส สายไหม-พหลโยธิน พรีเมี่ยมโฮมออฟฟิศ ราคาเริ่มต้น 7-20 ล้านบาท ทำเลใกล้ทางด่วนจตุโชติ และ ทางด่วนฉลองรัช
ขณะเดียวกันยังเร่งยอดขายใน 57 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและการขาย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าคงเหลือเพื่อขายรวมกว่า 40,560 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 47 โครงการ และคอนโดมิเนียม 10 โครงการ
“ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิดจะมีความท้าทายอย่างมาก เรามั่นใจว่าจะทำสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งยอดขายและรายได้ของปีนี้” นายณัฐพงศ์ กล่าว