นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ กรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ดิจิโทไนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อรองรับการศึกษาและลงทุนเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีบล็อกเชน เนื่องจากบริษัทมองเห็นโอกาสทางเทคโนโลยี และสินทรัพย์ดิจิทัล ที่สามารถนำมาต่อยอดด้านการเงินในอนาคตได้ พร้อมกันนี้ยังเตรียมแต่งตั้ง บริษัท ฟิวเจอร์คอมเพเทเร่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาผู้ชำนาญการในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตคอเรนซี่และเปลี่ยนเป็นเงินบาท เพื่อใช้ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในเครือของบริษัทเนื่องจากมองว่าตลาดเงินดิจิทัล มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

สำหรับการดำเนินธุรกิจโดยภาพรวมในปี 2564 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 20% หรือในระดับ 5,000 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35-40% ส่วนยอดขายคาดว่าจะทำได้ 6,000-7,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 บริษัทมียอดขายรอโอน (แบ็กล็อก) ที่ 7,568 ล้านบาท และจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ 4,705 ล้านบาท

โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ประกอบด้วย เคฟ ทียู มูลค่าโครงการ 1,807 ล้านบาท และโมดิซ สุขุมวิท 50 มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2565 รวมถึงครึ่งปีหลังจะมีโครงการเปิดใหม่อีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 7,400 ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร เนื่องจากมีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่เอื้อทั้งด้านการตลาด และการเดินทาง แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ ส่วนการเข้าซื้อกิจการ บริษัทยังคงศึกษาและมองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน