น.ส.ประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกการลงทุนและที่ดินแหล่งพักตากอากาศ จ.ภูเก็ต บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ จ.ภูเก็ต ตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ โรงแรม ซึ่งปัจจุบันอัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก อยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกับการระบาดโควิด-19 ระลอกแรก ขณะที่โครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ของรัฐบาล ได้ทำให้เกิดความหวังในกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องในจ.ภูเก็ต และเกาะอื่นๆ ที่กำลังเฝ้าติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี รายงานว่ามีธุรกิจมากกว่า 300 แห่ง เข้าร่วมในโครงการ SHA Plus โดยที่ SHA คือการรับรองว่าธุรกิจนั้นมีมาตรการด้านสาธารณสุข และ Plus หมายถึงพนักงานมากกว่า 70% ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่เนื่องจากมีการขยายระยะเวลากักตัวจาก 7 วันเป็น 14 วัน ผู้ประกอบการในท้องถิ่นจึงมองว่า โครงการมีศักยภาพน้อยลง และกังวลว่าการที่ต้องพำนักอยู่นานขึ้น อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามาภูเก็ตลดลง รวมทั้งโรงแรมบางแห่งจะชะลอการกลับมาเปิดให้บริการจนกว่าจะถึงเดือนส.ค.

ประกอบกับล่าสุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากได้ยกเลิกเที่ยวบินและการจองโรงแรม เนื่องจากการขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศและกระบวนการอื่นๆ มีความล่าช้า ทั้งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่านักท่องเที่ยวมากกว่า 100,000 คน จะเดินทางเข้ามาภูเก็ตในช่วง 3 เดือนแรกของโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์

โดยซีบีอาร์อีเชื่อว่าความสมดุลระหว่างมาตรการด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามโครงการได้จริง ตลอดจนการจัดการขั้นตอนการต้อนรับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้โครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 โดยรวมของประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ไทยยังอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องระมัดระวังในการเดินทาง สำหรับบางประเทศ

แต่ทั้งนี้ มองว่า โครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ อาจเป็นโครงการนำร่องที่ดี และเป็นโอกาสในการเรียนรู้สำหรับจังหวัด หรือเมืองอื่นๆ ที่กำลังจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากนี้อาจต้องอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปอีกระยะหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน