นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์ คอตโต้ โสสุโก้ และ คัมพานา เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 5,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรอยู่ที่ 364 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 119% ใกล้เคียงที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลจากบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
“แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะปรับตัวสูงขึ้นมากแต่ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรายังสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตให้เป็นไปตามแผนงานได้ สำหรับยอดขายจะเห็นได้ว่าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากแม้ว่าการระบาดของ โควิด-19 จะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่แล้ว แต่เนื่องจากในปีนี้ช่องทางจัดจำหน่ายที่สำคัญ โดยเฉพาะโมเดิร์นเทรด และร้านผู้แทนจำหน่ายขนาดใหญ่ ยังสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ จึงทำให้ยอดขายในตลาดระดับกลาง-ล่าง ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาวและกัมพูชา ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ส่งผลให้ยอดขายในส่วนของตลาดต่างประเทศลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
นายนำพล กล่าวและว่า สำหรับภาวะตลาดครึ่งปีหลัง คาดว่าผลกระทบของโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวมยังไม่ฟื้น เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากจากปัจจัยลบ ทั้งจากความยืดเยื้อของการระบาด และการกลายพันธุ์ของไวรัส กระทบการใช้จ่ายในประเทศ แผนการเปิดประเทศ การปิดกิจการ และการเลิกจ้างแรงงาน อีกทั้งการแพร่ระบาดรอบใหม่ที่กระจายตัวไปยังแคมป์ก่อสร้างมีผลกระทบเพิ่มเติม ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนแรงงานด้วย
ส่วนแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีการชะลอโครงการใหม่และหันมาเร่งการโอนในปัจจุบันให้เร็วขึ้น ซึ่งภาครัฐอาจจะช่วยกระตุ้นได้ด้วยมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ มาตรการฟื้นฟูการสร้างรายได้ให้ประชาชน และเร่งฉีดวัคซีนป้องกันให้ครอบคลุมจำนวนมากที่สุด
แต่แนวโน้มตลาดสร้างซ่อมตกแต่งต่อเติม มองว่ายังไปต่อได้โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้คนต่างมีประสบการณ์ที่ต้องเก็บตัวอยู่ในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลานาน กระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะปรับปรุงและเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทเร่งออกสินค้านวัตกรรมในกลุ่ม เฮลธ์ แอนด์ คลีน โดยล่าสุด ได้ออกสินค้า กระเบื้องฟอกอากาศ หรือ แอร์ ไอออน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก
พร้อมกันนี้บริษัทยังเริ่มเปิดตัวแบรนด์ SUSUNN อย่างจริงจัง หลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบมาประมาณ 2 ปี ในการให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท โดยลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ปตท. ในส่วนของโครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงาน โอสถสภา เรื่องเทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงาน และ โครงการซื้อขายไฟฟ้าและคาร์บอนเครดิต ผ่านคนกลาง บน SUSUNN Platform
ล่าสุด ยังร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกของ เอสซีจี เซรามิกส์ ด้วย โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา SUSUNN มีรายได้แล้วประมาณ 227 ล้านบาท ละคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าจากการวางแผนขยายกลุ่มเป้าหมายจากเดิมและบริการเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น