น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังมีความรุนแรงซึ่งกระทบภาพรวมของประเทศ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะหดตัวลงจากปีก่อน 10% จากการขายที่ชะลอตัวลง บริษัทจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยต้องเลื่อนเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 3 ออกไปเป็นไตรมาส 4 แทน เบื้องต้นมี 4 โครงการ โดยยังคงเน้นคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่จับต้องได้ภายใต้แบรนด์เสนาคิทท์ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยช่วงเดือนก.ค. บริษัทได้เปิดโครงการเสนาคิทท์ ฉลองกรุง-ลาดกระบัง ล่าสุดมียอดขายแล้ว 500 ยูนิต และเตรียมจะเปิดเพิ่มเติมอีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดโครงการบ้านแนวราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดยังมีความต้องการซื้อและสามารถสร้างยอดขายได้ดี

ในด้านเป้าหมายการดำเนินงานปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท แม้ช่วงครึ่งปีแรกจะทำยอดขายได้เพียงกว่า 3 พันล้านบาท แต่บริษัทยังเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเห็นแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้นก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4 ก็คาดว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะกลับมาอย่างก้าวกระโดด ส่วนยอดโอนยังคงมั่นใจทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท แม้ไตรมาส 3 ช่วงเดือนก.ค. มีผลกระทบจากลูกค้าชะลอโอนไปบ้างแต่ปัจจุบันเริ่มกลับมาทยอยโอนไปบ้างแล้ว จากยอดขายรอโอนในขณะนี้ที่ 8 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีหลังจะทยอรับรู้รายได้เข้ามาอีกราว 5 พันล้านบาท

ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว กระทบต่อรายได้ของประชาชนที่ลดลงไป และภาระหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในระดับสูงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ยังไม่เอื้อให้คนซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังไม่เร่งเปิดโครงการใหม่จากความไม่แน่นอนของโควิด-19 แต่ในแง่ของผู้ซื้อที่มีความพร้อม บริษัทมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการซื้อที่อยู่อาศัย เพราะราคาขายปรับลดลงมาค่อนข้างมากในะระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคอนโดมิเนียม เนื่องจากผู้ประกอบการยังเดินหน้าระบายคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ เพื่อนำรายได้กลับเข้าบริษัท ทำให้เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อ ขณะที่ทาวน์เฮาส์เอง ก็ต้องระมัดระวังเพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากมีความต้องการในตลาด แต่เป็นกลุ่มที่มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูง ทำให้เป็นข้อสังเกตุที่จะมีแนวโน้มล้นตลาดได้ในระยะต่อไป

“มองว่าการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยจะทยอยฟื้นตัวในปี 2565 เป็นต้นไป หากภาพรวมโควิด-19 คลี่คลายภายในสิ้นปีนี้ และวัคซีนโควิด-19 เข้ามาในประเทศมากขึ้น จะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจกลับมาฟื้นได้ มีการเปิดเมืองทำให้ภาคเศรษฐกิจภายในประเทศเดินหน้า และคนเริ่มกลับมาทำงานมีรายได้ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อภาคอสังหาฯ ที่อิงการเติบโตของเศรษฐกิจ”น.ส.เกษรา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน