นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติในปี 2564 ว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่ากคช. เมื่อเดือนก.ค. 2563 ตนมีความตั้งใจจริงที่จะมาสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้กับองค์กรแห่งนี้ ซึ่งมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงช่องทางการร้องเรียนให้มี 6 ช่องทาง ตลอดจนปรับปรุงเว็บไซต์องค์กรให้มีความทันสมัย พร้อมด้วยข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อให้กคช. มีภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งจะเห็นได้จากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ประจำปี 2564 กคช. ได้คะแนน ITA 97.93 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มสูงขึ้น 11.97 คะแนน จากปี 2563 ซึ่งได้ 85.96 คะแนน ถือเป็นอันดับ 1 ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอันดับ 8 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่เข้าร่วมการประเมิน 51 แห่ง และยังได้ระดับผลการประเมิน AA ในระดับประเทศ
“ต้องขอขอบคุณทีมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานกคช. หน่วยงานภายนอก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและทุกฝ่ายที่ช่วยจัดทำข้อมูล (Open Data) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการของกคช. และเพิ่มช่องทางในการร้องเรียน เพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน”
นอกจากผลคะแนน ITA ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังได้ดำเนินการจัดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้กับองค์กร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่ง นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบนโยบายให้กคช. นำอาคารเช่าที่ให้หน่วยงานเอกชนเช่าเหมากลับมาบริหารเอง เพื่อดูแลประชาชนได้ทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งจะทำให้องค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น และลดภาระค่าเช่าให้กับประชาชน รวมทั้งกคช. จะเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมห้องพักอาศัย ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในโครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้ผู้อยู่อาศัยมีรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กคช. กำหนดเป้าหมายรับคืนอาคารเช่าเหมาจากเอกชนไม่รวมหน่วยงานของรัฐจำนวน 60 สัญญา 32,657 หน่วย โดยมีสัญญาที่สามารถทำสัญญาได้ 51 สัญญา รวม 28,393 หน่วย เริ่มทำสัญญากับผู้เช่าโดยตรงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2564 ปรากฏว่า มีผู้เช่าลงทะเบียน 5,751 หน่วย ทำสัญญาเช่ากับ กคช. จำนวน 3,825 หน่วย คาดว่า ณ 31 ธ.ค. 2564 มีผู้มาทำสัญญาเช่ารายย่อยกับกคช. จำนวน 22,919 หน่วย ซึ่งประชาชนจะได้รับลดส่วนตามมาตรการช่วยเหลือผู้เช่ารายย่อย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID-19 โดยให้ปรับลดค่าเช่าตั้งแต่ 999 ขึ้นไป เป็นค่าเช่า 999 บาท และค่าเช่าที่ต่ำกว่า 999 บาท ลดให้จากค่าเช่าเดิม 50% เป็นระยะเวลา 5 เดือน (เดือนส.ค.-ธ.ค. 2564) ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ จำนวน 68,757 คน และลดค่าครองชีพประชาชน จำนวน 47 ล้านบาท
นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหา บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด หรือ CEMCO เป็นบริษัทในเครือของกคช. โดยได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบริษัท CEMCO ใหม่ จากเดิมที่ประสบภาวะขาดทุน ปัจจุบันเริ่มมีกำไร โดยในปี 2563 มีกำไรสุทธิ 3.54 ล้านบาท
สำหรับปี 2564 (ณ วันที่ 17 ส.ค. 2564) ได้รับงานบริหาร จำนวน 67 โครงการ 57,943 หน่วย ในจำนวนนี้ ได้งานบริหารงานจากกคช. 26 โครงการ 31,141 หน่วย นอกจากนี้ ยังมีงานบริการด้านรักษาความปลอดภัยในนามของ บริษัท รักษาความปลอดภัย และบริการ เซมโก้ จำกัด (CSS) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2564 อีกด้วย
นายทวีพงษ์ กล่าวต่อว่า การเคหะแห่งชาติ ยังจัดโปรโมชั่น “เช่าทั่วไทย” เริ่มต้นเพียง 999 บาท/เดือน บ้านเช่าราคาพิเศษ จำนวน 10,000 หน่วย โดยเปิดให้จองสิทธิผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.-30 มิ.ย. 2563 เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ได้มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งมีผู้แสดงความสนใจประมาณ 28,000 ราย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งมอบห้องเช่า และคาดว่าจะส่งมอบให้กับผู้เช่าได้ภายในปี 2564
ผู้ว่ากคช. ยังกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก กคช. ช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในโครงการ โดยมีมาตรการการให้ความช่วยเหลือ ด้านการเงิน มี 3 ประเภท ได้แก่ ลูกค้าใหม่ ในอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0% และลดราคาขายพิเศษ (Shock Price) โครงการบ้านเอื้ออาทร 56 โครงการ หน่วยละ 250,000 – 520,000 บาท และยังมีบ้านเช่าราคาพิเศษ 999 – 1,200 บาท/เดือน จำนวน 84 โครงการ ขณะที่ลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบัน ได้ปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 6.50% ทุกประเภทสัญญา พร้อมปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าเช่าซื้อ โดยลูกค้าที่สามารถเข้าร่วมมาตรการดังกล่าวมีทั้งสิ้น 15,865 ราย ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ 8,224 ราย และทำสัญญาแล้ว 6,574 ราย ซึ่งสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้ลูกค้าได้ 92.39 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังให้ส่วนลดค่างวดเช่าซื้อ จำนวน 1,000 บาทเพียงครั้งเดียวแก่ลูกค้าเช่าซื้อที่มีดอกเบี้ยไม่เกิน 6.50% และทำสัญญาเช่าซื้อก่อนวันที่ 1 พ.ค. 2564 ส่วนลูกค้าที่ถูกซื้อคืนจากสถาบันการเงิน จะได้รับส่วนลดค่าเสียหายตามสัญญา 50% และเข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เช่าซื้อกับ กคช. โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร่วมมาตรการและทำสัญญาแล้ว จำนวน 334 ราย
สำหรับลูกค้าเช่าและจัดประโยชน์ จัดโปรโมชันระยะเวลา 5 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค. 2564 สำหรับกลุ่มลูกค้าเช่ารายย่อยโครงการอาคารเช่าของกคช. ปรับลดค่าเช่าให้กับผู้เช่ารายย่อยที่ทำสัญญาเช่าอาคาร/อาคารพร้อมที่ดินที่มีราคาค่าเช่าตั้งแต่ 999 บาท/เดือนขึ้นไป ปรับลดเหลือ 999 บาท/เดือน หากค่าเช่าเดิมต่ำกว่า 999 บาท/เดือน ให้ปรับลดราคา 50% กลุ่มเช่าจัดประโยชน์ในโครงการของกคช. ปรับลดค่าเช่าเป็นเวลา 2 เดือน ตามสัดส่วนของผลกระทบที่ได้รับในอัตรา 30% และ 50% ทั้ง กลุ่มสัญญาแผงร้านค้าและลานตลาด กลุ่มสัญญาผู้ประกอบการรายใหญ่ (พลาซ่า) และกลุ่มสัญญาเช่าที่ดินเพื่อสาธารณูปการ ปรับลดค่าเช่า 30% และ 50%