น.ส.อธิกา บุญรอดชู ผู้อำนวยการ ฝ่ายจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจลดจำนวนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2564 เหลือ 14 โครงการ มูลค่ารวม 1.05 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่มีแผนจะเปิด 18 โครงการ รวมมูลค่า 1.67 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งกระทบต่อการเปิดโครงการใหม่ อีกทั้งการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเริ่มเห็นการชะลอตัว โดยดูจากยอดลูกค้าเข้าชมโครงการน้อยลง และการตัดสินใจซื้อนานขึ้นทำให้บริษัทมองว่ายังไม่เร่งการเปิดโครงการ แต่รอจังหวะที่ตลาดเริ่มกลับมาแล้วจะเริ่มลุยเต็มที่
พร้อมกันนี้ บริษัทยังปรับลดเป้าหมายยอดขายในปีนี้ลงเหลือ 7.11 พันล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะได้ยอดขาย 1.1 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขายแล้ว 3.2 พันล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้จากการโอนของบริษัทในปีนี้ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์คนงานที่ทำให้การโอนบางโครงการช่วงครึ่งปีหลังต้องเลื่อนออกไป โดยเฉพาะ โครงการนิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา มูลค่า 2.4 พันล้านบาท และโครงการนิช โมโน อิสรภาพ มูลค่า 849 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายรายได้ลงมาเหลือ 6.94 พันล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากยอดขายรอโอน (แบล็กล็อก) ที่ปัจจุบันมีอยู่ 7.05 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีการจัดแคมเปญราคาพิเศษ และโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งระบายบ้านและคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จรวมกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อสร้างรายได้เข้ามาให้บริษัท
อย่างไรก็ดี ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเปิดโครงการใหม่ไปเพียง 1 โครงการ ภายใต้เสนา คิทท์ เวสเกต-บางบัวทอง และครึ่งปีหลังนี้เริ่มทยอยเปิดโครงการใหม่โดยไตรมาส 3 ตามแผนจะเปิด 4 โครงการ มูลค่า 2.3 พันล้านบาท เริ่มจากโครงการเสนา คิทท์ ลาดกระบัง-ฉลองกรุง เฟส 1 การตอบรับดีได้ยอดจองแล้ว 500 ยูนิต และในเดือนก.ย. นี้ เตรียมจะเปิดเฟส 2 พร้อมกับอีก 2 โครงการที่เหลือ ส่วนไตรมาส 4 จะเปิดตัวโครงการมากที่สุดรวม 9 โครงการ มูลค่า 7 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดหวังสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายมากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อเริ่มมั่นใจในสถานการณ์และกลับมาซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นกลับมา