นายณัฎฐา คหาปนะ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสำนักงานไนท์แฟรงค์ ภูเก็ต บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด ตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะเวลา 6 เดือนจากนี้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 คาดว่ายังทรงตัว โดยจำนวนโครงการที่เปิดใหม่ยังคงชะลอตัว ขณะที่ผู้ประกอบการมีแผนเปิดตัวโครงการในไตรมาส 4 มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ และคาดว่าจำนวนโครงการที่เปิดขายใหม่จะมีประมาณไม่เกิน 5,000 หน่วย ความอ่อนไหวของเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคระบาดยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบกับกำลังซื้อของตลาดกลาง-ล่าง รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังแก้ไขไม่ได้

ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มองไม่เห็นหนทางการเติบโตในด้านการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจอาจต้องยืดระยะเวลาในการฟื้นตัวออกไปซึ่งจะช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้และมีผลทำให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความกังวลต่อผลกระทบดังกล่าว

ส่วนแนวโน้มการเปิดตัวโครงการในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีนี้ 70% จะเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่เนื่องจากมีการซื้อที่ดินสะสมอย่างต่อเนื่องเพื่อรอการพัฒนาไว้แล้ว อีกทั้งมีความสามารถในการบริหารต้นทุนมากว่าผู้ประกอบการรายย่อยและสามารถพัฒนาที่ดินพร้อมกันได้หลายโครงการ นอกจากนี้หากประเทศได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รวมถึงปัจจัยในด้านอื่นที่จะสามารถสนับสนุนโดยเฉพาะมาตรการภาครัฐช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศอันจะส่งผลดีที่จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวได้เร็ว

ทั้งนี้ จากผลวิจัยของไนท์แฟรงค์ประเทศไทย พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 พบว่ามีโครงการคอนมิเนียมเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ จำนวนทั้งสิ้น 2,659 หน่วย ลดลงถึง 33.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 26.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อีกทั้งเมื่อเทียบกับช่วงมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่สูงสุดถึงเกือบ 25,000 หน่วย เมื่อไตรมาส 3 ปี 2561 โดยถือว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีคอนโดฯ เปิดใหม่ลดลงเกือบ 90% ส่วนคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่โดยส่วนใหญ่ 1,915 หน่วย หรือประมาณ 72% ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 22% ที่เหลืออยู่ในบริเวณรอบเขตศูนย์กลางธุรกิจ และใจกลางกรุงเทพฯ

ส่วนระดับราคาคอนโดมิเนียมที่ผู้ประกอบการเปิดขายใหม่เป็นราคาเริ่มต้นต่ำกว่าล้านไปจนถึงล้านต้นๆ หรือประมาณ 30,000-80,000 บาท/ตร.ม. ขณะที่กลุ่มบริษัทรายย่อยกลับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคา 85,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป แต่ทั้งนี้ไม่มีคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ไพร์มเปิดขายใหม่ในไตรมาสนี้

ในด้านความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของโรคระบาดที่เกิดขึ้นอีกครั้งในต้นเดือนเม.ย. และยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่เพียง 993 หน่วย หรือคิดเป็นอัตราการขายที่ 37.3% แต่เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่มีโครงการที่เปิดตัวในไตรมาสนี้ได้มียอดจองเป็น 100% หรือประมาณ 730 หน่วย หรือคิดเป็น 73% ของจำนวนหน่วยที่ขายได้ในไตรมาสนี้ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณชานเมืองและเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งตั้งราคาขายไม่สูงทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่เองและกลุ่มซื้อเพื่อลงทุนให้ความสนใจและใช้เวลาในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อและมีความเชื่อมั่นต่อชื่อเสียงของผู้ประกอบการอยู่แล้ว

สำหรับสถานการณ์ด้านราคาขาย พบว่าราคาเสนอขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงในทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยราคาเสนอขายคอนโดมิเนียมในบริเวณใจกลางกรุงเทพฯ อยู่ที่ 240,609 บาท/ตร.ม. ปรับตัวลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า หรือลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ส่วนราคาคอนโดมิเนียมบริเวณรอบเขตศูนย์กลางธุรกิจอยู่ที่ 116,225 บาท/ตร.ม. ปรับตัวลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน และปรับตัวลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ขณะที่
คอนโดมิเนียมบริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ ราคาเสนอขายอยู่ที่ 64,390 บาท/ตร.ม. ปรับตัวลดลง 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และปรับตัวลง 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี การที่ราคาเสนอขายในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวลดลงเนื่องจากหลายโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ได้นำโครงการมาลดราคาเพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจซื้ออยู่จริง รวมถึงการฟรีค่าใช้จ่ายทุกอย่างในโครงการยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการนำมาใช้อยู่เพื่อต้องการบริหารการเงินให้มีสภาพคล่องในธุรกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน