นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เริ่มติดตั้งหัวอัดประจุไฟฟ้า หรือหัวชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charging) ให้กับคอนโดมิเนียมทุกระดับราคามาตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 28 โครงการ รวม 95 หัวจ่าย และจำนวนฐานลูกบ้านรวม 20,000 ครัวเรือน
ขณะเดียวกันมีการทำงานร่วมมือกับ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องชาร์จครบวงจร ในการพัฒนาหนึ่งในฟังก์ชั่นโฮมเซอร์วิสแอพพลิเคชั่นของแสนสิริ ในการให้ข้อมูลพิกัดพื้นที่ที่มีการติดตั้งหัวจ่ายชาร์จรถไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย อีกทั้งในปีที่ผ่านมายังร่วมกับ SHARGE เพื่อนำเสนอทางเลือกสำหรับลูกบ้านที่ต้องการติดตั้งหัวจ่าย EV Charging ให้ลูกบ้านในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับบีขึ้นไป ประกอบด้วย โครงการบุราสิริ บ้านแสนสิริ และเศรษฐสิริ
ขณะเดียวล่าสุดยังร่วมกับ SHARGE ในการวางโรดแม็ป 3 ปี (2565-2567) โดยกำหนดเป้าหมายขยายการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charging Station) ให้ครอบคลุมโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ และโครงการแนวราบในระดับบีขึ้นไปทุกโครงการ ภายใต้งบลงทุน 65 ล้านบาท หรือการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV ราว 1,500 เครื่อง ภายใน 3 ปี

เบื้องต้นปีนี้ มีการติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ในบ้านเดี่ยวระดับบีขึ้นไปโดยเฉพาะบ้านในกลุ่มบุราสิริ และเศรษฐสิริ ทุกหลัง และจากนี้ขยายการติดตั้งเครื่องชาร์จ ABB Terra AC Wallbox (Normal Charge) นำเข้าโดย SHARGE ที่สามารถชาร์จได้เร็วถึง 4-8 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดรถ)
“แนวโน้มผู้ใช้รถไฟฟ้าหรือรถอีวีจากนี้ไปจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากราคารถที่ถูกลง เนื่องจากมีผู้ผลิตรถหลายค่ายเข้ามาทำตลาดทั้งจากจีน เช่น เอ็มจี รวมถึงเกาหลี หรือแม้แต่ค่ายนิสสัน ลิฟ และค่ายยุโรปอย่างออดี้ บีอ็ม ตลอดจนค่ายเบนซ์ และเริ่มเห็นเทสลา วิ่งในไทยแล้ว ซึ่งเฉพาะลูกบ้านแสนสิริเองก็เริ่มเห็นใช้รถไฟฟ้ากว่า 100 คันแล้ว ดังนั้นทำให้บริษัทมีแผนขยายการติดตั้งหัวจ่าย EV Charging ไปยังโครงการบ้านเดี่ยวด้วย”นายอุทัย กล่าว
ขณะที่นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในการชาร์จรถไฟฟ้า พบว่า 80% ชาร์จช่วงกลางคืนจากที่บ้าน 15% ชาร์จตามศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ และอีก 5% ชาร์จตามสถานีชาร์จระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด หรือการท่องเที่ยว
ส่วนแนวโน้มจากนี้ไปจะเห็นการใช้งานรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นซึ่งได้ปัจจัยบวกจากรัฐบาลยุโรปได้กำหนดเป้าหมายให้ผู้ผลิตรถทุกค่ายเปลี่ยนการผลิตสู่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งจะมีผลให้จากนี้ไปจะมีรถไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทยเพิ่มขึ้นและราคาจะถูกลง แม้ว่าปัจจัยลบของรถไฟฟ้าในไทยยังมีกำแพงภาษีนำเข้าที่สูงมาก ทำให้เป็นข้อจำกัดในการเติบโตอยู่บ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม ในไทยขณะนี้รถไฟฟ้าหรือรถอีวี เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการชาร์จรถไฟฟ้าอย่างปลอดภัยมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะตามคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ได้มีการติดตั้งอีวีชาร์จ เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของคอนโดฯ ในโมเดลเดียวกับแสนสิริไว้แล้ว ซึ่งจากนี้ไปบริษัทจะนำโมเดลนี้ไปขยายฐานลูกค้าอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพฤกษา เรียลเอสเตท และไรมอน แลนด์ เป็นต้น