นายณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะเวลา 50 ปี เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท แต่ในส่วนของโครงการบ้านเดี่ยวได้รับอานิสงส์จากการที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น
ทำให้เกิดความต้องการอยู่บ้านที่มีพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ทำให้บ้านเดี่ยวมีความต้องการเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 ยอดขายเพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ทั้งปัจจุบันและในสิ้นปีนี้จะใกล้เคียงที่แล้วที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,701.50 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมาบริษัทได้กระจายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในหลากหลายกลุ่มเป้าหมายและทำเลเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ ซึ่งบริษัทมองว่ายังเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตโควิด-19 แต่กำลังซื้อของกลุ่มนี้ยังไม่ถูกกระทบ ทำให้ล่าสุดบริษัท ร่วมทุนกับบริษัท แอสเซท โปร กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเครือสิริมงคล และธุรกิจรถยนต์นำเข้าระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “Rabbit Auto Craft” ในสัดส่วนการถือหุ้นบริษัท 51% และแอสเซทโปร 49%

เพื่อเปิดตัวโครงการโพรวิเดนซ์ เลน เอกมัย-รามอินทรา รองรับกลุ่มเป้าหมายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเนื้อที่โครงการกว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 3 ชั้น พร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว ขนาดที่ดินตั้งแต่ 64.5 – 100.4 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 428 – 712 ตร.ม. รวมถึงยังมีสโมสรคลับเฮ้าส์และฟิตเนสส่วนกลางด้วย มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 500 ล้านบาท หรือราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป
ถือเป็นก้าวสำคัญของสัมมากร ในการขยายสู่ตลาดบ้านหรูเป็นครั้งแรก และได้ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของสัมมากรที่อยู่ในธุรกิจบ้านจัดสรรมา 50 ปี เป็นองค์ความรู้ที่บริษัทได้นำมาพัฒนาโครงการให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ประกอบกับได้ผู้ร่วมทุนอย่างแอสเซทโปร ที่มีความเข้าใจลูกค้าในตลาดบ้านหรูเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันโครงการโพรวิเดนซ์ เลน เอกมัย-รามอินทรา จะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 9-10 ต.ค.นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะได้ยอดขาย 50% และจะปิดการขายทั้ง 100% ในสิ้นปีนี้ และในต้นปี 2565 เตรียมขยายแผนร่วมทุนโครงการที่ 2 ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี่ บนถนนพัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง
ทางด้านน.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาด้านงานขาย โครงการโพรวิเดนซ์ เลน เอกมัย-รามอินทรา เปิดเผยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ตลาดบ้านเดี่ยวถือว่าเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดคอนโดมิเนียมเพราะเป็นตลาดของผู้อยู่อาศัยเองเป็นหลัก
ขณะที่ตลาดบ้านเดี่ยวโดยเฉพาะระดับลักชัวรี่ที่มีราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไปยังคึกคัก มีการเปิดตัวโครงการใหม่สูงถึง 439 หลังในปี 2563 และมียอดขายอยู่ในเกณฑ์คงที่ประมาณ 60–68% ปัจจัยสำคัญเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนเห็นความสำคัญของบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่และฟังก์ชั่นการใช้งาน
ส่วนทำเลที่ได้รับความนิยมมากอันดับต้นๆ คือ กรุงเทพฯ ชั้นในฝั่งตะวันออกและตอนเหนือ โดยทำเลกรุงเทพฯ ชั้นในฝั่งตะวันออกมีโครงการมากสุดถึง 1,073 หลัง ส่วนฝั่งเหนือมีโครงการน้อยกว่าด้วยข้อจำกัดของที่ดิน ทำให้มีอัตราการดูดซับดีที่สุดและมียอดขายไปแล้ว 89% ซึ่งโครงการโพรวิเดนซ์ เลน เอกมัย-รามอินทราอยู่ในทำเลนี้
ส่วนกลุ่มราคาบ้านที่มีการเติบโตสูงคือตลาดบ้านลักชัวรี่ราคาตั้งแต่ 30-70 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มระดับบนยังมีกำลังซื้อ ประกอบกับจากการเก็บข้อมูลพบว่า 22 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในบ้านระดับราคาปานกลาง 5-15 ล้านบาท ขณะที่การเปิดตัวบ้านในระดับลักชัวรี่เมื่อปี 2563 เติบโตสูงมากหรืออยู่ที่ 493 หลัง เมื่อเทียบกับช่วงปี 2557-2561 ซึ่งมีอัตราการเปิดตัวโครงการเพีบงปีละประมาณ 100 หลัง สะท้อนว่าบ้านตลาดบนมีความต้องการซื้อจริง