นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด มหาชน (COTTO) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์คอตโต้ โสสุโก้ และคัมพานา เปิดเผยว่า บริษัทประเมินเศรษฐกิจในประเทศเริ่มมีแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่าย การลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่จะช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงบางส่วน เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมา

โดยคาดว่าสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายใน 1-2 สัปดาห์นับจากนี้ โดยหลังจากน้ำลด ประเมินว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการซื้อสินค้าเพื่อซ่อมแซมและตกแต่งบ้านมากขึ้น สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทางภาครัฐ

“เบื้องต้นประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่ทยอยออกมาในช่วงปลายปี จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 จนถึงต้นปีหน้าให้ฟื้นขึ้นได้ แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามองในขณะนี้ คือ เรื่องสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทั้งทางด้านพลังงานและด้านโลจิสติกส์ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อไปอีกระยะหนึ่ง และเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องเตรียมรับมือ” นายนำพล กล่าว

นายนำพล กล่าวว่า สำหรับงบการเงินรวมก่อนสอบทานของบริษัทในไตรมาส 3/2564 มีรายได้จากการขาย 2,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5% และมีกำไร 162 ล้านบาท ลดลง 5% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด ส่งผลให้ปริมาณการขายกระเบื้องเซรามิกลดลง แต่สามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย

ทั้งนี้ เมื่อมองย้อนไปปี 2563 มีการคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่ต้นไตรมาส แต่ปี 2564 สถานการณ์กลับกัน คือ มีการประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ขั้นสูงสุดจากการกลับมาระบาดของโควิดระลอกที่ 3 ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้มีผลกระทบโดยตรงกับยอดขายในกลุ่มงานโครงการ แต่ยังทรงตัวในส่วนของช่องทางโมเดิร์นเทรดและคลังเซรามิก

สำหรับยอดขายต่างประเทศลดลงทั้งในประเทศเมียนมา กัมพูชา และลาว จากสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ยอดขายตลาดต่างประเทศในโซนอื่นเริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นกัน ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงมากเป็นผลดีต่อการส่งออก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน