นายชวลิต กิจรุ่งรัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ แบ็กยาร์ด จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ เลอ พาร์ค เรสซิเดนท์ พระราม 2 ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น กรีน ลิฟวิ่ง บนทำเลพระราม 2 โครงการแรกของบริษัท มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท

 

 

ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการใหม่ เลอ พาร์ค เน็กซ์ทวีวัฒนา จำนวน 72 หลัง ขนาดที่เริ่มที่ 100 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านตั้งแต่ 170-330 ตร.ม. ราคาขายเริ่มที่ 11.5 ล้านบาท มูลค่าโครวม 1,200 ล้านบาท สำหรับรองรับความต้องการบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ฝั่งกรุงเทพตะวันตก ย่านทวีวัฒนา – พุทธมลฑล ซึ่งผลการศึกษาพบว่าตลาดยังมีความบ้านหลังใหญ่ในอัตราที่สูง ประกอบกับการออกแบบตัวบ้านโดยใช้นวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานที่มากขึ้น และเน้นการใช้งานได้จริง ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถปิดการขายได้หมดภายในระยะเวลา 2 ปี

 

ด้านนายปราโมทย์ ฮาวรังษี กรรมการ บริษัท เดอะ แบ็กยาร์ด จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2565 คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะฟื้นตัวหลังจากตลาดอยู่ในบรรยากาศซบเซามากกว่า 2 ปี จากพิษเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้เริ่มมองเห็นสัญญาณที่ค่อยๆ ดีขึ้นหลังประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโควิดเพิ่มมากขึ้น ภาครัฐเปิดประเทศเกิดการขยับตัวทางเศรษฐกิจ

 

 

ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาครัฐก็มีนโยบายผ่อนคลายหลักเกณฑ์มาตรการแอลทีวี เป็นการชั่วคราว โดยสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้เต็มมูลค่าหลักประกัน หรือ 100% จนถึงสิ้นปี 2565 ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ความต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง ยังมีปริมาณสูง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแนวราบระดับกลาง-บน เติบโตได้ดี เพราะมีกำลังซื้อจริง มีผลกระทบจากเศรษฐกิจและโควิดไม่มาก

 

พฤติกรรมการซื้อต้องการบ้านหลังใหญ่ขึ้น เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากกว่าสำนักงาน ดังนั้น บ้านที่ให้พื้นที่มาก สามารถปรับพื้นที่ทำงานที่บ้านได้สะดวกและประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์อย่างยิ่งกับแนวโน้มของคนทำงานทั่วโลกในยุคนิว นอร์มอล เปลี่ยนไปในลักษณะการทำงานแบบไฮบริดมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน