นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภารระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวออนไลน์ โควิด ซีซั่นสอง : ในวันที่เรายังแข็งแรงและต้องเดินต่อไป จัดโดย ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ว่า ธปท. กำลังติดตามการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ภายหลังมีการผ่อนคลายมาตรการแอลทีวี แต่เท่าที่มีข้อมูลพบว่า อย่างน้อยมาตรการผ่อนคลายแอลทีวีทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมไม่ทรุดตัวลง

ส่วนตลาดจะดีขึ้นหรือไม่ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากความสำเร็จของการผ่อนคลายมาตรการแอลทีวี ต้องขึ้นกับ 4 เล่นหลัก ซึ่งธปท. เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้นำร่องไปแล้ว ขณะที่รอภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังในการออกมาตรการขยายระยะเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอน จดจำนองและโดยเฉพาะการเพิ่มมาตรการให้ครอบคลุมบ้าน 3 ล้านบาทแรกตามที่ผู้ประกอบการเสนอ

ส่วนที่ 3 คือ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเท่าที่สำรวจพบว่ายังรอดูสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ไม่รุนแรง เชื่อว่าเศรษฐกิจปี 2565 จะขยายตัวได้ 4% ดีขึ้นจากปีนี้ ธนาคารพาณิชย์ก็กล้าที่จะปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องมีโปรโมชั่นจูงใจผู้บริโภคด้วย เพราะจากข้อมูลของ ดีดี พร็อพเพอร์ตี้พบว่า 71% ของผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อ ดังนั้นเชื่อว่ามาตรการผ่อนคลายแอลทีวีน่าจะเห็นผลชัดเจนได้ในปีหน้า

นายดอน กล่าวด้วยว่า ภายหลังการเปิดประเทศ ตังแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทย มากกว่าที่คาดไว้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี โดยปีหน้าคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา 6 ล้านคน ซึ่งหากไม่มีการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน มีโอกาสที่จะปรับตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแน่นอน และหากนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยเกิน 10 ล้านคน เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้เกิน 5% อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น ธนาคารพาณิขย์ก็กล้าปล่อยกู้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ แต่ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ซื้อที่เป็นต่างชาติ โดยเฉพาะจีน อาจต้องรอไปถึงปี 2566

ขณะที่นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของ ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ช่วงปี 2564 จำนวนโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสินค้าคงค้างที่อยู่ในตลาด โดยเฉพาะบ้านแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า และทาวน์เฮาส์ เพิ่มขึ้น 30% ส่วนคอนโดมิเนียม เพิ่มขึ้น 11% ทำให้คาดว่าปี 2565 นอกจากผู้ประกอบการจะเน้นการระบายสต็อกคงค้างในพื้นที่ใจกลางเมืองแล้ว โครงการใหม่ๆ จะเริ่มเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น หลังจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวตามสภาพเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทย 71% ยังสนใจที่จะซื้อบ้านอยู่ แต่ชะลอการซื้อออกไปก่อน โดย 39% วางแผนจะซื้อบ้านภายใน 1-2 ปี อุปสรรคหลักที่มีผลต่อการซื้อบ้าน โดยส่วนใหญ่ถึง 66% ขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 รองลงมาคือราคาที่อยู่อาศัย (63%) และความไม่แน่นอนทางการเมือง (37%)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน