นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 นี้ ทิศทางน่าจะเป็นบวก โดยเชื่อว่าจะกลับมาเติบโตในระดับ 10% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโดยรวมของไทยจะขยายตัวได้ 3-4% เป็นแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจฟื้นตัว และมีการจ้างงานเพิ่ม ทำให้ประชาชนมีรายได้ รวมถึงมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่ได้มีการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทออกไปจนถึงสิ้นปี 2565

พร้อมกันนี้การผ่อนปรนเกณฑ์ LTV จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ ทำให้ราคาอสังหาฯ ในปีนี้จะกระตุ้นความต้องการซื้อจริงๆ ให้เกิดขึ้น และมองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ไม่ร้ายแรงเท่า 2 ปีที่แล้ว ทำให้ความต้องการที่อัดอั้นของผู้บริโภคจะกลับมาซื้อ โดยเฉพาะตลาดแนวราบที่ยังได้แรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวสูงมาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ

ในปีนี้บริษัทจึงพร้อมขยายโครงการใหม่อีก 10-12 โครงการ มูลค่ารวม 7,000-8,000 ล้านบาท เน้นแนวราบ บ้านทาวน์ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ในช่วงราคา 2-8 ล้านบาท เป็นทำเลในกรุงเทพฯ 90% ส่วนคอนโดมิเนียมจะชะลอไว้ก่อน และตั้งเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2565 นี้ไว้ที่ 8,500 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 7,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่ทำผลงานได้ดีกว่าเป้าหมาย

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับตลาดที่อยู่อาศัยในกลุ่มแนวราบที่เป็นความต้องการที่มีอยู่จริงในตลาด เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของ ผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มัลได้ดีกว่า เพราะมีพื้นที่สีเขียวในการผ่อนคลาย และมีพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการใช้ชีวิต ตอบสนองความต้องการในหลากหลายรูปแบบ การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องความสวยงามด้านการออกแบบ และฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ บนทำเลศักยภาพในราคาที่จับต้องได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน