นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทครบรอบ 20 ปี ที่เปิดให้บริการด้านที่ปรึกษาการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของตลาดคอนโดมิเนียมในทุกด้าน ทั้งปริมาณการเปิดโครงการ ความต้องการซื้อ ราคา ทำเล และ พฤติกรรมผู้บริโภค อีกทั้งอุบัติการณ์โรคระบาดโควิด-19 ยิ่งทำให้การคาดการณ์ตลาดเป็นไปได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ จากผลวิจัยข้อมูล พบว่า ณ สิ้นปี 2564 คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีทั้งหมด 694,000 หน่วย โดยเฉพาะในปี 2564 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 16,800 หน่วย นับว่าต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี ขณะที่ราคาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวสูงสุดถึง 3 เท่า จากราคาเฉลี่ยตร.ม.ละ 48,000 บาท ในปี 2544 และในปี 2562 ราคาปรับขึ้นสูงที่สุด โดยเฉลี่ยที่ 141,800 บาท
แต่เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการปรับรูปแบบสินค้าให้เข้ากับความต้องการของตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 128,600 บาท/ตร.ม. เมื่อสิ้นปี 2564 รวมถึงมีการกลับมาทำคอนโดฯ ราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง หรือบัดเจต คอนโดฯ มากขึ้น ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ลงมาอยู่ที่ 86,100 บาทต่อตร.ม.
ในแง่ของความต้องการ พบว่ายอดขายที่เกิดขึ้นระหว่างปี มาจากความต้องการอยู่อาศัยจริง โดยมีราคาเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจในช่วงปีที่ผ่านมา และทำให้ในปีที่ผ่านมา นับว่ามียอดขายคอนโดมิเนียมต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีโดยมียอดขายเพียง 23,400 หน่วย อัตราการขายรวมในตลาดอยู่ที่ 94%
สำหรับแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2565 คาดการณ์ว่า จะกลับมาเติบโตอย่างช้าๆ โดยยอดเปิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 30,000 หน่วย ส่วนราคาตลาดรวมอาจทรงตัว-ปรับขึ้นไม่มาก เนื่องจากคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ยังคงเจาะกลุ่มบัดเจต คอนโดฯ รอบนอกเมือง จากปัจจัยการขยายตัวของเมืองและรถไฟฟ้าต่างๆ
รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า และคอนโดฯ อีกตลาดคือ ตลาดลักชัวรี่ใจกลางเมือง จากความต้องการบ้านหลังที่ 2 ใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียน หรือเมื่อสูงวัยขึ้น ต้องการย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง การดูแลที่อยู่อาศัยขนาดกะทัดรัด ปลอดภัย และสะดวกสบายมากขึ้น