นายประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัยมา 27 ปี ยอมรับว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ ผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก แต่ด้วยประสบการณ์ความชำนาญของบริษัทซึ่งใช้การตลาดนำธุรกิจ ด้วยการทำงานวิจัยเพื่อหาช่องว่างทางการตลาดสำหรับหาที่ดินที่เหมาะสมในการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
โดยครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกทำเล นำมาซึ่งความสามารถในการปิดการขายในทุกโครงการได้ในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่มีบ้านค้างสต๊อก และสะท้อนถึงอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิที่ดี โดยกำไรขั้นต้นงวด 9 เดือนแรก ปี 2564 เติบโต 44% และกำไรสุทธิเติบโตที่ 75%
ทั้งนี้ เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้ได้ 2 เท่า ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 และ 3 เท่า ภายใน 5 ปี ทำให้ล่าสุด บริษัทเตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านการขายหุ้นเพิ่มเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 84 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินที่ได้จาการขายหุ้นไปเร่งซื้อที่ดินรอบกทม.เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งในระยะ 2 ปีจากนี้จะยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ และหลังจากนั้นมีแผนขยายการพัฒนาโครงการในพื้นที่อีอีซี โดยที่ก่อนหน้านี้บริษัทก็ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในระยองมาแล้ว
โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 7 โครงการ มูลค่าการขายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท และเตรียมเปิดอีก 3 โครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้รวมมูลค่ากว่า 3,045 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ เฌอลีน กรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการ 648 ล้านบาท, โครงการเฌอเลีย วิซินนิตี้ ราชพฤกษ์-เจษฎาบดินทร์ เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 2 ชั้น มูลค่าโครงการรวม 1,845 ล้านบาท และ โครงการเฌอ ราชพฤกษ์-พระราม 5 ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น มูลค่าโครงการ 552 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 809.57 ล้านบาท เติบโต 40.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 150.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.68%
ขณะที่นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ปัจจุบัน พีซแอนด์ลีฟวิ่ง มีทุนจดทะเบียน 420 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยชำระแล้ว 336 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 84 ล้านหุ้น หรือ 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีกำหนดขาย ไอพีโอในเดือนก.พ. และจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในปลายเดือนก.พ.นี้
ซึ่งพีซแอนด์ลีฟวิ่ง มีความโดดเด่นที่ขนาดธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีความสามารถในการแข่งขันได้อีกมาก ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 0.2 เท่า และโดยเฉพาะต้นทุนการกู้เงินที่ต่ำที่สุด ประมาณ 4%