นายรัฐวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ หัวหน้าแผนกวิจัยและที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการ บริษัท บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด หรือซีบีอาร์อี ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยแนวโน้มสำคัญและปัจจัยเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2565 ทั้งตลาดที่พักอาศัย ตลาดพื้นที่สำนักงาน ตลาดพื้นที่ค้าปลีก ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ รวมถึงตลาดโรงแรม ว่า
ช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ จะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะเข้าสู่ปีที่ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเริ่มแพร่กระจาย และเนื่องจากปัจจุบันยังเป็นช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอน จึงมีความเสี่ยงที่สำคัญหลายประการที่น่าจับตามอง

ขณะที่รายได้สุทธิของประชากรในประเทศเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมทั้งการฟื้นตัวของตลาดแต่ละภาคธุรกิจจะเกิดขึ้นไม่เท่ากันและจะปรับตัวในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ซีบีอาร์อี ประเมินว่าตลาดที่พักอาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมปีนี้จะยังคงชะลอตัว แม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและนโยบายอื่นๆ ที่มาช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ความสามารถในการซื้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญและผู้ซื้อยังคงมองหาข้อเสนอที่ดีที่สุด ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย หรือคอนโดมิเนียมที่มีเครือโรงแรมบริหารจะเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง โดยยังมีผลการดำเนินการที่ดีต่อไป

“ปี 2564 ถือเป็นปีที่ซบเซาสำหรับตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นเวลาต่อเนื่องเกือบ 3 ไตรมาส ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ความต้องการที่พักอาศัยแนวราบยังคงแข็งแกร่ง จากความนิยมของผู้ซื้อเพื่ออยู่เองที่เปลี่ยนไปสู่ที่พักอาศัยที่มีความหนาแน่นต่ำ มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้ผู้พัฒนาโครงการต้องพิจารณาการเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ ต้องมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อในประเทศ เนื่องจากผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไรหายไปจากตลาด ทำให้คาดว่าอัตราการขายในตลาดคอนโดฯปีนี้จะชะลอตัวเนื่องจากผู้ซื้อที่เป็นผู้พักอาศัยเองมักจะใช้เวลาในการตัดสินใจและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากกว่า”

ขณะที่ตลาดพื้นที่สำนักงาน ถูกผลกระทบมากที่สุด โดยในปี 2564 มีอัตราการเช่าติดลบหรือคนออกมากกว่าคนเข้า ซึ่งถือเป็นปีแรกนับตั้งแต่ประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ประกอบแนวโน้ม 2-3 ปีจากนี้จะมีโครงการสำนักงานใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก กดดันให้อัตราค่าเช่าสำนักงานไม่เป็นไปตามที่เจ้าของโครงการกำหนดไว้

ประกอบกับแนวโน้มการทำงานจากนี้คาดว่าจะเป็นไฮบริดมากขึ้น หรือมีการแบ่งวันทำงานที่สำนักงานกับทำงานที่บ้าน ซึ่งมองว่าจากนี้ไปองค์กรจะต้องมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ขณะเดียวกันโค เวิร์กกิ้ง สเปซ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัพ และเอสเอ็มอี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ส่วนตลาดโรงแรม ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดในช่วง 2 ปีที่เกิดโควิด-19 และปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังคงผันผวนอยู่ โรงแรมจะต้องนำเสนอโปรโมชันและแพ็กเกจใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความต้องการในประเทศ สิ่งที่ท้าทายยิ่งขึ้นในปัจจุบันคือ “Staycation” หรือการไปพักผ่อนในสถานที่ใกล้ๆ ไม่ใช่เทรนด์ใหม่อีกต่อไป โดยภายในสิ้นปี 2565 จะมีห้องพักใหม่ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 7,400 ห้อง ซึ่งจะทำให้ปริมาณห้องพักของโรงแรมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 6.7% ดังนั้นปี 2565 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่โรงแรมจะนำเสนอโปรโมชั่นและแพ็กเกจใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าในประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน